RmutPhysics.com

ฟิสิกส์ 2 => สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ => ข้อความที่เริ่มโดย: ฟิสิกส์ราชมงคล ที่ มิถุนายน 19, 2009, 08:57:02 pm



หัวข้อ: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: ฟิสิกส์ราชมงคล ที่ มิถุนายน 19, 2009, 08:57:02 pm
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส  โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้  คลิกครับ (http://www.rmutphysics.com/charud/howstuffwork/radio/thairadio1.htm)


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: siwapat ที่ มกราคม 09, 2011, 11:50:27 pm
ผมนายศิวภัทร์ รัตนสมบูรณ์ รหัส115330411024-6 sec.4 เลขที่18 วิศวกรรมโยธา วันที่9/1/54 เวลา 11.49 pm. ที่หอลากูลแมนชั่น
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาท ทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้สียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น ทำการส่งได้ไกล แต่ถ้าเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและสลับกันไป คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้ หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสองและแตะสายไฟทั้งสองใกล้เครื่องรับวิทยุ AM ก็จะได้ยินเสียงเหมือนกัน แต่ถ้าทดลองในที่มืดขณะที่แตะสายไฟ จะเห็นประการไฟวาบขึ้น


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sumintra ที่ มกราคม 14, 2011, 06:30:49 pm
นางสาวสุมินตรา  งามสมบัติ เลขที่ 36 รหัส 115210452022-4 sec 2
ตอบกระทู้วันที่  14 มกราคม 2554  เวลา 18.30  ที่หอพัก

มีความเห็นว่า...

การแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Sunti ที่ มกราคม 14, 2011, 10:03:33 pm
Sunti Civil  นายสันติ  บัวงาม  นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411021-2  Sec 4 เลขที่ 16  ตอบกระทู้วันที่  14/01/54  เวลา 22:02 น. ณ. หอป้าอ้วน
    วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Kotchapan ที่ มกราคม 15, 2011, 10:59:41 am
นาย คชพันธ์ พงษ์ไพร นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัสนักศึกษา 115330411048-5 เลขที่ 41 Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 15/01/2554 สถานที่ กิตติพงษ์แมนชั่น เวลา 10.59 น.
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Penprapa ที่ มกราคม 15, 2011, 11:30:22 am
 นางสาวเพ็ญประภา  สุเพียร   เลขที่ 40  รหัส 115210904029-3  กลุ่ม 2  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตอบกระทู้เมื่อวันที่  15  มค  54  เวลา 11.30   น. ณ วิทยะบริการ
เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: ศราวุธ พูลทรัพย์ ที่ มกราคม 15, 2011, 01:44:02 pm
กระผมนายศราวุธ พูลทรัพย์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411042-8 sec.04 เลขที่ 35 ตอบกระทู้ที่หอลากูล เวลา13.43 น วันที่ 15/1/2554
  เรียนกับอาจารย์จรัส บุญยธรรมมา
ในการใช้ วิทยุสมัยใหม่  เพื่อใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ ส่งข้อมูลข่าวสาร เสียง ภาพ และข้อมูล ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: kambio ที่ มกราคม 15, 2011, 01:47:49 pm
นางสาว นันทวัน  มีชำนาญ  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา ชีววิทยา  sec. 02  เลขที่  43  รหัส  115210904052-5  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  15  ม.ค.  2554   สถานที่  บ้าน  เวลา  13.46  น.

               ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: tum moment ที่ มกราคม 15, 2011, 02:47:00 pm
 ;Dนายกิติศักดิ์ รัตนมณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา 53341CVE  sec.4 รหัสประจำตัว 115330411027-9
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 15 มกราคม พศ.2554  ที่หอพักมณีโชติ เวลา 14.45น. 

ด้วยการแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้โดย
- หาแบตเตอรี่  9  โวลต์ และเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
- หาวิทยุ  AM  สักเครื่อง  และเปิดเครื่องไว้
- นำแบตเตอรี่ไปไว้ใกล้กับเสาอากาศวิทยุ   และใช้เหรียญบาทแตะเข้ากับขั้วทั้งสองของแบต โดยใช้วิธีแตะเข้าออก
- คุณจะได้ยินเสียงแคร็ก ในวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: mukkie ที่ มกราคม 15, 2011, 03:22:17 pm
นางสาว ปาณิศา ไพรสยม sec.2 เลขที่73 รหัสนักศึกษา 115310903054-0 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่15ม.ค.54 เวลา15.17น. ที่บ้านตัวเอง
ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์ มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด 20,000 โวลต์ ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์ การแตะขั้วของแบต 9 โวลต์ด้วยเหรียญ สามารถสร้างสัญญาณวิทยุ โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM สามารถรับได้


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: natthapon ที่ มกราคม 15, 2011, 04:10:27 pm
กระผมนายนัฐพล การคณะวงศ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ  sec 4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 15 มกราคม 2554 ที่ หอดู๊ดดรีม  เวลา 16.14 น.
 คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
  แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: mongkhonphan ที่ มกราคม 15, 2011, 04:47:13 pm
นายมงคลพันธ์ แซ่หลี  สาขาวิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411039-4  sec.04  เลขที่ 32  เข้าตอบกรทู้วันที่ 15/01/54  เวลา 16.45 น.  สถานที่ หอลากูน
        แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส  โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป   คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้
        หรือคุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 



หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: THANAKIT ที่ มกราคม 15, 2011, 09:54:09 pm
นายธนกฤต เฉื่อยฉ่ำ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.17
รหัส 115340441248-4
รียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่วันที่  15 มกราคม 2554 เวลา  21.55 น.   สถานที่ บ้าน
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่าน ตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: tanongsak wachacama ที่ มกราคม 16, 2011, 10:58:16 am
กระผมนายทนงศักดิ์ เวชกามา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411016-2 กลุ่ม 53341cve  sec04 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16/01/2554 เวลา10.58 น. ที่spcondo
ได้มีข้อคิดเห็นดังนี้ วิทยุแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆๆคือ เครื่องรับ เเละเครื่องส่ง
เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: mildfunta ที่ มกราคม 16, 2011, 02:20:08 pm
นางสาวธัญลักษณ์ มิชัยยา เลขที่ 76 รหัส 1153109030607 sec 02 วันที่ 16 มกราคม 2554 เวลา 14.16 น. ณ หอในตึก 3แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Chantana ที่ มกราคม 16, 2011, 02:39:46 pm
นางสาวฉันทนา  ไกรสินธุ์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 47 รหัส 115310903002-9 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16/01/2554 เวลา 14:36 สถานที่ หอในตึก 3 สรุปได้ว่า
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: nutthaporn ที่ มกราคม 16, 2011, 05:32:16 pm
นางสาวณัฐพร  พิศนุ sec 02 เลขที่ 17 รหัส 115110903030-4 วันที่ 16/01/2554 เวลา 17.33 สถานที่ หอ ZOOM

-หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: aimz ที่ มกราคม 16, 2011, 06:22:04 pm
นางสาว สุภวรรณ เดชปรีดาผล รหัส 115110903068-4 sec.02

เข้าตอบกระทู้วันที่ 16-01-54 เวลา 18:21 น. ที่หอพัก

สรุปว่า...

หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: kitima ที่ มกราคม 16, 2011, 06:24:09 pm
นางสาว กิติมา  รัตโนทัย เลขที่ 16 รหัส 115110903001-5 วันที่ 16 ม.ค. 54 เวลา 18.24 น. สถานที่ หอ zoom

      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: aomme ที่ มกราคม 16, 2011, 09:26:45 pm
น.ส ศรัญญา   เพชรแก้ว  sec 02 เลขที่ 45 รหัส 115310903022-7  สาขา สถิติประยุกต์  วัน 16/01/54  สถานที่ บ้านตัวเอง เวลา 21.25 น.
        เหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Nitikanss ที่ มกราคม 17, 2011, 01:20:04 am
น.ส นิติการณ์ รัตนบุรี  sec 02 เลขที่ 71 รหัส 115310903052-4  สาขา สถิติประยุกต์  วัน 17/01/54  สถานที่ Banoffee เวลา 01.19 น.
        เหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: alicenine ที่ มกราคม 17, 2011, 10:40:48 am
นายเลิศศักดิ์  ศัลยวิเศษ  นักศึกษาคณะวิศกรรมศาสตร์  สาขาเคมีสิ่งทอ  รหัส 115210452021-6  เลขที่ 35

ตอบกระทู้ เมื่อ 17/01/54  เวลา 10.40 น.  ที่ หอพัก

มีความเห็นว่า...

การแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
หรือ จะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: bobo ที่ มกราคม 17, 2011, 10:48:16 am
นางสาว สุนิสา หมอยาดี  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 74รหัส 115310903055-7 วันที่ 17/01/2554 เวลา 10.47 สถานที่ บ้าน
     เหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Mickey2010 ที่ มกราคม 17, 2011, 11:05:15 am
นางสาวปัทมา วงษ์แก้วฟ้า  รหัส115310903038-3  เลขที่61  sec02  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์   เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17 มกราคม 2554 เวลา 11.00 น.  สถานที่บ้านของตนเอง
สรุปได้ว่า
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Nueng ที่ มกราคม 17, 2011, 01:18:30 pm
นางสาวสมฤดี  สอนชอุ่ม เลขที่ 19 รหัส 115110903066-8 sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17 มกราคม 2554 เวลา 13.20 น.
สถานที่ คณะวิทยฯ  ได้สาระสำคัญดังนี้ ........
    เหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: leonado_davinci ที่ มกราคม 17, 2011, 01:30:23 pm
Jakrapong  Mensin นายจักรพงศ์ เม่นสิน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411015-4 sec 4 เลขที่ 12 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17/1/54 เวลา 1.29 pm ที่ห้องสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
       ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม จากที่ผ่านมาเราสามารถเข้าใจหลักการพื้นฐานของวิทยุได้ระดับหนึ่ง  แม้จะเป็นสัญญาณที่ฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม  วิทยุสมัยใหม่ ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์  เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร  (เสียง  ภาพ และข้อมูล)  ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าคุณมีตาพิเศษ  สามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้  คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด  เช่น  วิทยุ  AM  และ  FM    ทีวีผ่านดาวเทียม   วิทยุมือถือ    และระบบ GPS  เป็นต้น  สัญญาณวิทยุ แต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  แต่ไม่ว่าอย่างไร  สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ดังนี้
     -เครื่องส่ง
     -เครื่องรับ
    เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ

 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: namwhan ที่ มกราคม 17, 2011, 02:25:49 pm
นางสาวพรรณฐิณี  โสภาวนัส  รหัส115310903033-4  เลขที่56  sec02  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์   เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17 มกราคม 2554 เวลา 14.20 น.  สถานที่ หอพักใน 2
สรุปได้ว่า
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: IIKWANGSTSTII ที่ มกราคม 17, 2011, 02:34:44 pm
นางสาวกิ่งกาญจน์ แสนคำ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 54 รหัส 115310903031-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17/01/2554 เวลา 14.31 สถานที่ Shooter Internet
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าเราเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส  โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เราก็สามารถก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้ หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM ก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Biwtiz ที่ มกราคม 17, 2011, 03:34:31 pm
น.ส กชพรรณ นาสวาสดิ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติ รหัสนักศึกษา 115310903036-7 เลขที่ 59 sec 02 ตอบกระทู้วันที่ 17 ม.ค 54 เวลา 15.34 น.
สถานที่ บ้านคลอง 6
สรุปได้ว่า
    หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: aecve ที่ มกราคม 17, 2011, 04:02:10 pm
กระผม  นายปรัชญา   พรมอารักษ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง   เลขที่ 26   sec.  4   
รหัสประจำตัว  115330411032-9
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  17  เดือน มกราคม   พ.ศ.  2554   ที่  หอพักโฟ บี 4  เวลา.  16.02 น
มีความเห็น   เครื่องรับวิทยุ
 
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 

   

         







หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Kamphon ที่ มกราคม 17, 2011, 04:31:34 pm
นายกัมพล  มิ่งฉาย วิศวกรรมอุตสาหการ
เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา ตอบวันที่ 17-1-2011 เวลา 16.31 น. ที่วิทยบริการ
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก 
แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็ก
รอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก 
กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: nuubuoe ที่ มกราคม 17, 2011, 06:01:21 pm
นางสาวจรีรัตน์  ชะโปรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903040-9 sec.02 เลขที่ 63 ตอบกระทู้เมื่อ17/01/54 เวลา18.01 น.ที่บ้าน
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Phatcharee ที่ มกราคม 17, 2011, 08:07:44 pm
นางสาวพัชรี  มากพริ้ม  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา สถิติประยุกต์ sec. 02  เลขที่  18 รหัส  115110903048-6 เข้ามาตอบกระทู้วันที่  17  ม.ค.  2554 สถานที่  บ้าน  เวลา  20.07น
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 

   



หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Jutharat ที่ มกราคม 17, 2011, 08:35:21 pm
นางสาวจุฑารัตน์  นาวายนต์ รหัส 115210417058-2 เลขที่ 28 sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17 มกราคม 2554 เวลา 20.30 ณ หอ RS
      แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sathian757 ที่ มกราคม 17, 2011, 10:15:34 pm
นายเสถียร ปานามะเส คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441203-9
ตอบกระทู้วันที่ 17/01/54  เวลา 22:15 น. สถานที่ หอพัก นวนคร

สรุปได้ว่า           พื้นฐานของวิทยุ
* หาแบตเตอรี่  9  โวลต์ และเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
* หาวิทยุ  AM  สักเครื่อง  และเปิดเครื่องไว้
* นำแบตเตอรี่ไปไว้ใกล้กับเสาอากาศวิทยุ   และใช้เหรียญบาทแตะเข้ากับขั้วทั้งสองของแบต โดยใช้วิธีแตะเข้าออก
* คุณจะได้ยินเสียงแคร็ก ในวิทยุ 
                 ด้วยการแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส  โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป   คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้
   หรือคุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น
                           เข้าใจหลักการพื้นฐาน
   หลักการพื้นฐานของวิทยุได้ระดับหนึ่ง  แม้จะเป็นสัญญาณที่ฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม  วิทยุสมัยใหม่ ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์  เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร  (เสียง  ภาพ และข้อมูล)  ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าคุณมีตาพิเศษ  สามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้  คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด  เช่น  วิทยุ  AM  และ  FM    ทีวีผ่านดาวเทียม   วิทยุมือถือ    และระบบ GPS  เป็นต้น  สัญญาณวิทยุ แต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  แต่ไม่ว่าอย่างไร  สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ดังนี้
* เครื่องส่ง
* เครื่องรับ

    ถ้าท่านมีความรู้เรื่องไฟฟ้า สามารถต่อกับสายไฟในตัวปลั๊กเสียบเป็นสายอากาศได้ ง่ายๆเพียงแต่ใช้ไขควง ตรวจไฟ ทดลองเสียบในช่องปลั๊กสอง ช่องดูหากช่องไหนไม่มีไฟสว่างแสดงว่าช่องนั้นคือสายดิน ไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเราก็สามารถทำเป็นสายอาศได้โดยใช้ปากคีบ ไปคีบตรงสายดินได้เลย คนที่ไม่เข้าใจเรื่องไฟฟ้าอย่าทดลองเด็ดขาด .

           รายการอุปกรณ์โครงงานเครื่องรับวิทยุแร่แบบจูนคลื่นความถี่ได้

1. จุดตาไก่หรือจุดเชื่อมบัดกรีจำนวน 8 ตัว
2. พันลวด 70 รอบ ด้วยลวดเบอร์ #30
3. ไม้กระดานหรือแผ่นยึดวงจร 1 แผ่น
4. ท่อ PVC.หรือกรวยกระดาษขนาดแกนกว้าง 1.5" ยาว 4" สำหรับพันลวด จำนวน 1 แกน
5. คาปาซิเตอร์ (C1) 470 PFD แบบ DISC CAPACITOR จำนวน 1 ตัว
6. คาปาซิเตอร์ (C2) 0.01 MFD DISC CAPACITOR จำนวน 1 ตัว
7. GERMANIUM DIODE เบอร์ 1N60 ถ้าคลื่นสั้นใช้ 1N34 จำนวน 1 ตัว
8. หูฟังแบบแร่ CRYSTAL EARPHONE จำนวน 1 ตัว
9. วงจร DIAGRAMS สำหรับประกอบ
10. กาวสำหรับติดหรือเทปใสปิดแกนลวด





หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: rungsan ที่ มกราคม 18, 2011, 09:31:49 am
นาย รังสรรค์ พัธกาล 115340441243-5 sec 17 เลขที่32 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 18/1/54 เวลา 9.30 น. สถานที่หอพักโอนิน
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่าน ตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: amnuay cve2 ที่ มกราคม 18, 2011, 10:18:26 am
  :)กระผมนาย อำนวย เกิดโภคา นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา SEC 17 เลขที่ 10 รหัส 115340411116-9 อาจารย์ผู้สอน ผศ. จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 18/1/2554 ที่บ้าน เวลา 10.18 น. :D 
            ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: soawanee ที่ มกราคม 18, 2011, 01:01:53 pm
นางสาวเสาวณีย์  อนันต์  sec02  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  เลขที่ 72 รหัสนักศึกษา 1153109030532 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 18/01/2554 เวลา 13.00 น. สถานที่ บ้านตัวเอง
    ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: ดนุพร อ่อนศรี ที่ มกราคม 18, 2011, 02:06:43 pm

นายดนุพร  อ่อนศรี   รหัส 115040472024-7 sec.02 เลขที่ 8 ภาควิชาวิศวกรรมพลาสติก ตอบกระทู้ที่บ้านซอยอิสเทิล วันที่ 18/01/2554 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา

ในการใช้ วิทยุสมัยใหม่  เพื่อใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ ส่งข้อมูลข่าวสาร เสียง ภาพ และข้อมูล ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Sonthaya Suwaros ที่ มกราคม 18, 2011, 02:38:45 pm
นายสนธยา สุวรส นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมอุตสาหกรรม รหัสประจำตัว 115040441089-8 วันที่ 18 ม.ค. 54  เวลา 14.40 น.ครับผม
สรุปได้ว่า
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
ครับ....


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: chinnapot ที่ มกราคม 18, 2011, 04:05:00 pm
นายชินพจน์ เดชเกษรินทร์ คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ-การจักการ รหัส 115340441238-5 sec17 วันที่18/01/54 เวลา16.05  ณ ทรัพย์ถาวรอพาร์ทเม้นท์

ในการใช้ วิทยุสมัยใหม่  เพื่อใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ ส่งข้อมูลข่าวสาร เสียง ภาพ และข้อมูล ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: pitak ที่ มกราคม 18, 2011, 06:12:40 pm
นายพิทักษ์ นงนวล  รหัส 115330411018-8 sec 04 เลขที่ 15 ตอบกระทู้ที่ สวนสุทธิพันธ์ วันที่ 18/01/2554 เวลา 18.12 น. สรุปได้ว่า
คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
  แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: ratthasart ที่ มกราคม 18, 2011, 06:15:30 pm
ผมนายรัฐศาสตร์  ไชยโส นักสึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4
รหัส 115330441218-8 เลขที่ 61 เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา
เข้ามาตอบวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 18.15 น. ที่ ห้องพัก
มีความเห็นว่า
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนักแต่ถ้าคุณเรียนรู้
การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและ
ส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็กกลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศ
ด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Pathomphong ที่ มกราคม 18, 2011, 07:08:52 pm
นายปฐมพงศ์ พูนปก รหัส115330411043-6 sec 04 เลขที่ 36 วิศวกรรมโยธา
เรียนกับอาจารย์จรัส บุญยธรรมา วันที่ 18/01/54 เวลา 19.07 น. ที่หอลากูล
สรุปได้ว่า
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาท ทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้สียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น และทำการส่งได้ไกล แต่ถ้าเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและสลับกันไป คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้ หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสองและแตะสายไฟทั้งสองใกล้เครื่องรับวิทยุ AM ก็จะได้ยินเสียงเหมือนกัน


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Bifern ที่ มกราคม 18, 2011, 08:43:48 pm
นางสาวชลทิพย์  เปาทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  เลขที่ 48 รหัสนักศึกษา 115310903007-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 18/01/2554 เวลา 20.41  สถานที่ บ้านตัวเอง
สรุปได้ว่า  แบตเตอรี่ กับเหรียญบาท ทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ทำการส่งได้ไม่ไกลนัก โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและสลับกันไป  หากเรียนรู้วิธีการส่งที่ดีก็จะสามารถส่งได้ขึ้น หรือจะต่อสายไฟจากขั้วแบตเตอรี่ทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสองใกล้เครื่องรับวิทยุ AM และถ้าทดลองในห้องมืด ก็จะเกิดประกายไฟขึ้น


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: TanGMe ที่ มกราคม 18, 2011, 11:25:01 pm
ดิฉันนางสาวภัทรพร  ผลอำไพ  คณะวิสวกรรมศาสตร์  sec 02 เลขที่ 6 รหัส 115110417062-6 ตอบกระทู้วันที่ 18/01/2554
เวลา 23.30  สรุปได้ว่า
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก 
แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศ
และส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก 
กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Narumol ที่ มกราคม 18, 2011, 11:48:16 pm
น.ส.นฤมล กำลังฟู เลขที่26 Sec.2 รหัสนักศึกษา115210417031-9
 แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและ ส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะ เหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Kitti_CVE2 ที่ มกราคม 18, 2011, 11:52:19 pm
กระผม นาย กิตติ จิตนันทกุล นักศึกษาคณะ วิศวกรรมโยธา
 sec 17 เลขที่ 8 รหัสประจำตัว 115340411113-6
 เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบเมื่อวันที่ 18/01/54 เวลา 23.50 น. ณ.ที่บ้าน


หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sarayut ที่ มกราคม 19, 2011, 10:07:26 am
นาย ศรายุทธ เที่ยงแท้  วิศวกรรมโยธา  115330411001-4 sec  04  เลขที่ 1 วันที่ 19/1/54  เวลา  10.07 น. หอพัก
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
 

 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: titikron ที่ มกราคม 19, 2011, 10:15:41 am
นาย ฐิติกร  แก้วประชา รหัส 1153304111022-0 เลขที่ 17 วิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง sec 4 วันที่ 19/01/54 เวลา 10.15 น. หอโฟร์บี
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: rungniran ที่ มกราคม 19, 2011, 11:42:27 am
ผมนายรุ่งนิรันดร์ สอนจันทร์ นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411005-5  Sec 04 เลขที่ 5  ตอบกระทู้วันที่  19/01/54  เวลา 11:41 น. ที่สวนสุทธิพันธ์
    วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ ;D


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: somkid-3212 ที่ มกราคม 19, 2011, 12:24:45 pm
นาย สมคิด  กุลสุวรรณ รหัส 115330411033-7 กลุ่ม CVE 53341
 แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิท

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Piyarat Mounpao ที่ มกราคม 19, 2011, 12:41:03 pm
นางสาวปิยะรัตน์ เหมือนเผ่า เลขที่ 42 รหัส115210904050-9 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาชีววิทยา กลุ่ม 02 สถานที่ ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์  วันที่ 19/01/54 เวลา 12.41 น
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: surachet ที่ มกราคม 19, 2011, 01:09:47 pm
กระผมนาย สุรเชฐ กัญจนชุมาบุรพ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ  sec 4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 มกราคม 2554 ที่ บ้าน  เวลา 13.10 น.
 คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
  แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: kittisap ที่ มกราคม 19, 2011, 01:16:10 pm
กระผม นายกิตติศัพท์ ถนัดงาน นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  19 มกราคม 2554 ที่ บ้าน ซอยพรธิสาร3  เวลา 13.16 น.
ความคิดเห็นว่า
    แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: siripornmuay ที่ มกราคม 19, 2011, 02:56:02 pm
น.ส. ศิริพร สนเผือก sec.2 เลขที่70 รหัสนักศึกษา 115310903051-6 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่19ม.ค.54 เวลา02.51น. ที่คณะวิทยาศสตร์
ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์ มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด 20,000 โวลต์ ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์ การแตะขั้วของแบต 9 โวลต์ด้วยเหรียญ สามารถสร้างสัญญาณวิทยุ โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM สามารถรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sasithorn ที่ มกราคม 19, 2011, 03:05:27 pm
นางสาว ศศิธร ลิ่มสกุล sec 02 รหัส 1153109030102 เลขที่ 49 วันที่ 19/1/54 เวลา 15.01 ณ ห้องสมุด วิทยาศาสตร์
ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์   หรือ  คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  วิทยุสมัยใหม่ ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์  ส่งข้อมูลข่าวสาร  (เสียง  ภาพ และข้อมูล ) เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sarisa ที่ มกราคม 19, 2011, 04:10:05 pm
นางสาวสาริศา พรายระหาญ  เลขที่ 13  รหัส 115110901018-1  กลุ่ม 2  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา คณิตศาสตร์
ตอบกระทู้เมื่อวันที่  19  ม.ค.  54  เวลา 16.10   น. สถานที่ ร้านเน็ต

เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: saowapha ที่ มกราคม 19, 2011, 04:10:33 pm
นางสาวเสาวภา ล่วงพ้น คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์  sec.2 เลขที่ 14  รหัส 115110901082-7
 วันที่ 19/1/54  เวลา 16.10 น. ณ. ร้านเน็ต  

การแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้โดย
- หาแบตเตอรี่  9  โวลต์ และเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
- หาวิทยุ  AM  สักเครื่อง  และเปิดเครื่องไว้
- นำแบตเตอรี่ไปไว้ใกล้กับเสาอากาศวิทยุ   และใช้เหรียญบาทแตะเข้ากับขั้วทั้งสองของแบต โดยใช้วิธีแตะเข้าออก
- คุณจะได้ยินเสียงแคร็ก ในวิทยุ
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: alongkorn hunbuathong ที่ มกราคม 19, 2011, 04:26:16 pm
นายอลงกรณ์ หุ่นบัวทอง สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411026-1  เลขที่ 20  กลุ่ม 53341cve  sec 04  วันที่ 19/1/54 เวลา 16.26 น.  ณ บ้านบางชันวิลล่า
ในสมัยก่อนนั้นสิ่งที่ให้ความบันเทิงหรือข่าวสารแก่ผู้คนมีไม่มากนัก ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หรือ วิทยุ เพราะสมัยก่อนค่อนข้างมีราคาแพง ผู้คนส่วนใหญ่ที่ไม่คอยมีฐาน่ะมากนักก็จะมีวิทยุให้ความบันเทิงหรือรับข่าวสาร แต่ปัจจุบันนี้ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยนิยมมากเท่าไร เพระจะมีที่พัฒนามาจากวิทยุก็คือ ซีดี และดีวีดี เพราะฉะนั้นเราจะมาดูว่าส่วนประกอบหรือความสำคัญของวิทยุ คือ  วิทยุแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆๆคือ เครื่องรับ เเละเครื่องส่ง  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Kunlaya ที่ มกราคม 19, 2011, 04:43:32 pm
นางสาวกัลยา  เปรมเปรย นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ รหัสนักศึกษา 115210441262-0 เลขที่ 33 Sec.02
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 19/01/2554 สถานที่ วิทยะบริการ เวลา 16.41 น.
ความว่า
คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: kranjana ที่ มกราคม 19, 2011, 04:46:12 pm
นางสาวกายจนา แสงวงศ์  เลขที่ 45 รหัส 115210904068-1 sec 2  วันที่ 19 ม.ค. 54 เวลา 16.45 น. สถานที่ หอใน

      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: ronachai ที่ มกราคม 19, 2011, 05:12:42 pm
นาย รณชัย  รุกขวัฒน์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา SEC 4 รหัส 115330411002-2 เลขที่ 2 อาจารย์ผู้สอน อ.จรัส บุณยธรรมา เข้าตอบกระทู้เมื่อ 19/1/2554
เวลา 17.13 ณ หอ FB 5
มีความเห็น   เครื่องรับวิทยุ
  แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: werayut rmutt ที่ มกราคม 19, 2011, 05:49:44 pm
นายวีรยุทธ บุญใหญ่ รหัส115330411052-7 เลขที่ 45 sec.4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา
เข้าตอบกระทู้เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 เวลา 17.49 น. ณ ตึกวิทยะบริการ

                     วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
 
 
 




หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Sirilak ที่ มกราคม 19, 2011, 06:11:41 pm
นางสาวสิริลักษณ์ ศัพสุข เลขที่30 sec02 รหัส115210417064-0
เรียนกับ อ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 19 มกราคม 2554 เวลา 18.09น.


ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: ittiwat ที่ มกราคม 19, 2011, 06:12:12 pm
นายอิทธิวัตร จิตต์มั่นคงกุล  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903037-5 เลขที่ 60 sec 2 วันที่19/01/54 เวลา 18.18 น. สถานที่ บ้าน
  ในการใช้ วิทยุสมัยใหม่  เพื่อใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ ส่งข้อมูลข่าวสาร เสียง ภาพ และข้อมูล ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Pichat Soysamrong ที่ มกราคม 19, 2011, 06:51:34 pm
กระผม นาย พิเชษฐ์  สร้อยสำโรง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411003-0 เลขที่ 3
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่ เศรษฐบุตร พาวิลเลี่ยน 32/19 ม. 1 ต. คลองหก อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี เวลา 18.51 น.
สรุปได้ว่า
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Jutamat ที่ มกราคม 19, 2011, 07:18:06 pm
นางสาวจุฑามาศ  เชื้ออภัย เลขที่ 44  รหัส 115210904056-6 กลุ่ม 2  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตอบกระทู้เมื่อวันที่  19  มค  54  เวลา 19.17   น. ณ หอใน
เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: pool ที่ มกราคม 19, 2011, 07:37:47 pm
นางสาวดาวประกาย  แก้วเรือง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเคมีสิ่งทอ รหัส 115210452059-6 SEC 2  เลขที่ 37
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 19 มกราคม 2554 เวลา 19.37 น. ที่บ้าน
มีความเห็นในกระทู้ว่า
     ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
 หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์



หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: chaiwat ที่ มกราคม 19, 2011, 07:59:35 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19/01/2554 เวลา 19.57 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: iinuyashaa ที่ มกราคม 19, 2011, 08:25:21 pm
นางสาววิภวานี  แสงทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาเคมี  sec  02  รหัส 115210902118-6  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  19/1/2554  ที่บ้าน  เวลา 20:25 น.

สรุปได้ว่า

หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Thatree Srisawat ที่ มกราคม 19, 2011, 08:30:48 pm
นายธาตรี ศรีสวัสดิ์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขา สถิติประยุกต์ sec 02 รหัส 115310903061-5 เลขที่ 77 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 มกราคม 2554เวลา20.29น. ที่บ้าน สรุปว่ายุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: watcharich ที่ มกราคม 19, 2011, 08:32:30 pm
ผมนายวัชริศ สุจินตกาวงศ์   เลขที่ 4  sec 2 รหัส 115040411037-3 นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา  เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวันที่  19  ม.ค.  54  เวลา 20.31   น. ที่บ้าน


เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ

1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: watcharich ที่ มกราคม 19, 2011, 08:32:51 pm
ผมนายวัชริศ สุจินตกาวงศ์   เลขที่ 4  sec 2 รหัส 115040411037-3 นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา  เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวันที่  19  ม.ค.  54  เวลา 20.31   น. ที่บ้าน


เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ

1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: kodchaporn ที่ มกราคม 19, 2011, 09:23:42 pm
น.ส กชพร  เพ็งคำเส็ง นศ.วิศวกรรมเกษตร-สาขาอาหาร sec02 เลขที่29
รหัส 115210417059-0
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตอบกระทู้วันที่วันที่ 19  มกราคม 2554 เวลา 21.23 น.   สถานที่ บ้าน

สรุปได้ว่า....
     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Khuarwansiriruk ที่ มกราคม 19, 2011, 09:34:05 pm
นางสาวเครือวัล ศิริรักษ์ เลขที่ 62 sec 02 id:;115310903039-1 นศ.คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ วันที่ 19-1-54 เวลา 21.33 น. กิติพงศ์แมนชั่น สรุปได้ว่า ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: shanonfe11 ที่ มกราคม 19, 2011, 09:43:17 pm
 นายชานนท์ ชุมพร  เลขที่ 16  รหัส 115210417028-5 sec 02 ตอบที่ หอฟ้าใส วันที่ 19 ม.ค.54 เวลา21.42 น.
        หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: boatvivi ที่ มกราคม 19, 2011, 10:03:54 pm
นางสาวณัฎฐพร ชื่นสมบัติ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ sec 02 115010451027-8 เลขที่ 1 เวลา 22.03น. วันที่ 19 ม.ค. 2554 ที่บ้าน

ได้เข้าอ่านเรื่องนี้แล้วค่ะ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Eakachai_ie ที่ มกราคม 19, 2011, 10:08:49 pm
นาย เอกชัย สงวนศักดิ์ นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ รหัสนักศึกษา 115040441086-4 เลขที่ 16 Sec.2
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 19/01/2554 สถานที่ หอมาลีแมนชั่น  เวลา 22.06 น.
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: pollavat ที่ มกราคม 19, 2011, 10:20:20 pm
กระผม นาย พลวัฒน์ คำกุณา  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่หอพัก zoom  เวลา 22.16 น.
                     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sutin ที่ มกราคม 19, 2011, 10:26:35 pm
นาย สุทิน ศรีวิลัย รหัส 115340441222-9 sec 17 เลขที่ 25 สถานที่ หอพัก ปานรุ้ง วันที่ 19/1/2554 เวลา 22.25 น.
  ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: thabthong ที่ มกราคม 19, 2011, 10:31:52 pm
กระผม นาย รัตชานนท์ ทับทอง  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่บ้าน เวลา 22.35 น.
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: pongpat ที่ มกราคม 19, 2011, 10:36:26 pm
กระผมนายพงษ์พัฒน์  น้อยโพธิ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4 เลขที่ 51 รหัส 115330441207-1
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมาเข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 มกราคม 2554 ที่ บ้าน  เวลา 22.36 น

               ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: dararat ที่ มกราคม 19, 2011, 10:46:52 pm
นางสาวดารารัตน์ นิรันต์เรือง รหัส 115210904035-0 sec 02 เลขที่ 41 คณะวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา อาจารย์ผู้สอนจรัส บุญธรรมา เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวัน 19 มกราคม 2554 เวลา 22:46 ณ ห้องพักส่วนตัว ซ.zoom
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Benjawan Onnual ที่ มกราคม 19, 2011, 10:49:00 pm
นางสาวเบญจวรรณ  อ่อนนวล เลขที่ 55 sec 02 รหัส 1153109030326 สาขาสถิติประยุกต์  ตอบกระทู้เมื่อ 19/1/2554 เวลา 22.48 น. ณ หอพักนำรงค์แมนชัน

     ในการใช้ วิทยุสมัยใหม่  เพื่อใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ ส่งข้อมูลข่าวสาร เสียง ภาพ และข้อมูล ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Tarintip ที่ มกราคม 19, 2011, 10:50:50 pm
นางสาวธารินทิพย์ วรรณกลาง นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ sec02 เลขที่ 66 ตอบกระทู้วันที่ 19/01/54 เวลา 22.43 สถานที่ หอใน
สรุปว่า ในยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์ แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า มันจะสร้างประกายขึ้นมาอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด 20000 โวลต์ ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนรถยนต์ ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้เลิกใช้แล้ว และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น แต่ในยุคเริ่มต้นเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: shanon_ie ที่ มกราคม 19, 2011, 10:56:57 pm
ชานนท์ วรรณพงษ์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมอุตสาหาการ  sec.2 เลขที่ 5 รหัสประจำตัว 115040441083-1 เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 19 มกราคม พศ.2554  ที่หอพักลากูล เวลา 22.58 น.ครับผม



วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่าน ตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: watchaiza ที่ มกราคม 19, 2011, 11:00:34 pm
นายธวัชชัย  พลรักษ์ รหัส 115330411041-0 สาขาวิศวกรรมโยธา กลุ่ม 53341 cve  Sec 04 
  วันที่ 19/1/54  เวลา 23.00 น ณ บ้านพฤกษา
ความว่า
คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: toonpccphet ที่ มกราคม 19, 2011, 11:06:12 pm
นายสุรเชษฐ  ทองโฉม  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02  เลขที่ 65  รหัส 115310903044-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19/01/2554 เวลา 23:06  ณ บ้าน
สรุปได้ว่า
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: potchapon031 ที่ มกราคม 19, 2011, 11:07:16 pm
นายภชพน เกตุวงศ์ คณะ วิศวกรรมโยธา sec4 เลขที่ 25 รหัส 115330411031-1 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณญธรรมา
สถานที่ กิตติพงศ์ แมนชั่น

แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: suchart ที่ มกราคม 19, 2011, 11:41:40 pm
นาย สุชาติ สุวรรณวัฒน์ นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ รหัสนักศึกษา 115210441230-7 เลขที่ 31 Sec.01
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 19/01/2554 สถานที่ หอพัก เวลา 23.42 น.
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: ยุพารัตน์ หยิบยก ที่ มกราคม 19, 2011, 11:42:54 pm
นางสาวยุพารัตน์ หยิบยก  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาคณิตศาสตร์  sec2  รหัสประจำตัว 115110901011-6
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา

     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมีเสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Monthon ที่ มกราคม 20, 2011, 12:09:32 am
กระผม นายมณฑล รินชุมภู นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441206-2 เลขที่ 16 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 00.09น.  สถานที่  บ้านพักที่วังน้อย 


สรุปได้ว่า คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้โดย
- หาแบตเตอรี่  9  โวลต์ และเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
- หาวิทยุ  AM  สักเครื่อง  และเปิดเครื่องไว้
- นำแบตเตอรี่ไปไว้ใกล้กับเสาอากาศวิทยุ   และใช้เหรียญบาทแตะเข้ากับขั้วทั้งสองของแบต โดยใช้วิธีแตะเข้าออก
- คุณจะได้ยินเสียงแคร็ก ในวิทยุ
   



   



   




หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sathian757 ที่ มกราคม 20, 2011, 12:37:47 am
นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ วิศวกรรมอุสาหการ-การจัดการ(สมทบ) รหัส 115340441215-3 Sec 17 เลขที่ 21  วันที่ 20/01/54 เวลา 00.36 สถานที่ ห้องนวนคร
 สรุปได้ว่า....
     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Pratanporn ที่ มกราคม 20, 2011, 06:25:58 am
นายประทานพร พูลแก้ว  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 75 รหัส 115310903057-3 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20/01/2554 เวลา 06:22  สถานที่ บ้านของตนเอง
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Chanon_non26 ที่ มกราคม 20, 2011, 10:18:49 am
นายชานนท์ พงษ์ไพรโรจน์ เลขที่ 52 sec 02 id:;115310903029-2 นศ.คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ เวลา 10.17 น. วันที่ 20-1-54 มทร.ธัญบุรี สรุปได้ว่า เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: nachaya ที่ มกราคม 20, 2011, 12:29:57 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   20   มกราคม  2554 เวลา  12.30  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

     การแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
หรือ จะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: thanathammarat ที่ มกราคม 20, 2011, 12:39:27 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 20-01-2554 เวลา 12:39 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก
ด้วยการแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
หลักการพื้นฐาน
วิทยุใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์  เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร  (เสียง  ภาพ และข้อมูล)  เรียกว่า เครื่องส่งสัญญาณวิทยุ แต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ดังนี้
- เครื่องส่ง
- เครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: PoxyDonZ ที่ มกราคม 20, 2011, 12:41:12 pm
นาย สุรศักดิ์ ด้วงใจจิตร รหัส 115330411036-0 วิศวกรรมโยธา เวลา 12.41 am. วันที่ 20 ม.ค. 54 สถานที่ หอร์ โฟร์บี 2

        หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: namtan ที่ มกราคม 20, 2011, 12:43:46 pm
ดิฉัน นางสาวณัชชา ธิติบุญจันทร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอาหาร
sec02 รหัสประจำตัว115210417055-8 เลขที่ 27
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่หอพักโอนิน3 เวลา 12.43น.
ความรู้จากเนื้อหาที่ได้คือ หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: 00sunisa00 ที่ มกราคม 20, 2011, 01:32:34 pm
น.ส.สุนิศา   ชมมิ   สาขาสถิติ   sec.2   เลขที่ 46   รหัส 115310903001-1   วันที่ 20/1/2554   เวลา 13.32 น.   ณ ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
           ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์ มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด 20,000 โวลต์ ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์ การแตะขั้วของแบต 9 โวลต์ด้วยเหรียญ สามารถสร้างสัญญาณวิทยุ โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM สามารถรับได้


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Jantira ที่ มกราคม 20, 2011, 01:45:06 pm
นางสาวจันทิรา รัตนพันธุ์  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาสถิติประยุกต์  sec2  รหัสประจำตัว 115310903042-5 เลขที่64 วันที่20/01/2554 เวลา13.44น. ณbanoffee
สรุป
     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมีเสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: wirinya ที่ มกราคม 20, 2011, 01:49:31 pm
นางสาววิรินญา  เกิดฉ่ำ
นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาสถิติประยุกต์ sec. 02  เลขที่  57  รหัส  11510903034-2
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  20  ม.ค.  2554   สถานที่ หอนำรง 13.49 น.

               ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sarayut sringam ที่ มกราคม 20, 2011, 02:19:23 pm
กระผมนายศรายุธ สีงาม  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec 4
รหัส 115330441201-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  20 มกราคม 2554 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 14.19น
มีความคิดเห็นว่า
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Suphakorn ที่ มกราคม 20, 2011, 02:50:46 pm
กระผมนาย สุภากร  หงษ์โต นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441211-3  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 20 มกราคม 2554  เวลา 14.50 น. ที่หอพัก gooddream
มีความคิดเห็นว่า
คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
  แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: KanitaSS ที่ มกราคม 20, 2011, 02:53:57 pm
นางสาวคณิตา สุดจิตร์ นศ.คณะวิทยาศาสตร์สาขาสถิติประยุกต์ Sec2 รหัส115310903030-0เลขที่53เข้าทดสอบวันที่20/01/54 เวลา14.53 น.สถานที่บาน็อฟฟี่ เพลส
สรุปได้ว่า แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: somphoch ที่ มกราคม 20, 2011, 03:13:03 pm
นายสมโภชน์  จิกกรีนัย นักศึกษาภาควิชาวิศวอุตสาหการ-การจัดการ รหัส115340441247-6 sec.17 เลขที่ 34 เรียนกับอาจารย์จรัส บุญยธรรมมา ที่หอ เวลา 15.15น   วันที่ 20 มกราคม 2554
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Nhamtoey ที่ มกราคม 20, 2011, 03:57:58 pm
นางสาวเรวดี    จันท้าว  ภาควิชาวิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411006-3  เลขที่6  sec04 ตอบกระทู้เมื่อวันที่ 20/01/2554  เวลา 15.58 น. ที่ห้องสมุด มทร.ธัญบุรี
   แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส  โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป   


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Thamanoon ที่ มกราคม 20, 2011, 06:12:43 pm
ผมนายธรรมนูญ  พุทธวงษ์  คณะวิศวกรรมศาสตร์  สาขาวิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411009-7  เลขที่ 9  sec 04
เรียนกับ อ.จรัส  บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่  20/1/2554  ทีบ้านเช่า ซอยอีสเทิร์น  เวลา18.12 น.
สรุปได้ว่า
   คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้โดย
- หาแบตเตอรี่  9  โวลต์ และเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
- หาวิทยุ  AM  สักเครื่อง  และเปิดเครื่องไว้
- นำแบตเตอรี่ไปไว้ใกล้กับเสาอากาศวิทยุ   และใช้เหรียญบาทแตะเข้ากับขั้วทั้งสองของแบต โดยใช้วิธีแตะเข้าออก
- คุณจะได้ยินเสียงแคร็ก ในวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: opisit ที่ มกราคม 20, 2011, 06:23:47 pm
กระผม นาย พิสิทธิ์ สอนเทศ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ sec 17 รหัสประจำตัว 115340441207-0
เรียนกับอาจารย์ ผ.ศ. จรัส บุณยธรรม
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่บ้าน เวลา 18:15 น.
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ  วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์
เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง 
ถ้าคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด
เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน 
สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sangtawee ที่ มกราคม 20, 2011, 06:31:26 pm
นายแสงทวี   พรมบุตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 1153304110035-2 sec 4 เลขที่ 29 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20/01/54 เวลา 18.31 น. ที่ห้องสมุด มทร.
       ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม จากที่ผ่านมาเราสามารถเข้าใจหลักการพื้นฐานของวิทยุได้ระดับหนึ่ง  แม้จะเป็นสัญญาณที่ฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม  วิทยุสมัยใหม่ ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์  เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร  (เสียง  ภาพ และข้อมูล)  ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าคุณมีตาพิเศษ  สามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้  คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด  เช่น  วิทยุ  AM  และ  FM    ทีวีผ่านดาวเทียม   วิทยุมือถือ    และระบบ GPS  เป็นต้น  สัญญาณวิทยุ แต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  แต่ไม่ว่าอย่างไร  สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ดังนี้
     -เครื่องส่ง
     -เครื่องรับ
    เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: heetoon ที่ มกราคม 20, 2011, 07:09:10 pm
 นายราชันย์ บุตรชน  นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411047-7  Sec 4  ตอบกระทู้วันที่  20/01/54  เวลา 19.09 น. ณ. Four B4

    วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐพงษ์ สันทะ ที่ มกราคม 20, 2011, 07:44:14 pm
กระผม นาย ณัฐพงษ์  สันทะ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมอุตสาหการ - การจัดการ sec 4 รหัสประจำตัว 115330441216-2
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่_20  เดือน_01  พศ_2554   ที่(ชื่อหอพัก/ชื่อบ้านพัก)_ประสงค์  เวลา_19.43
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ 

 วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: civil kang ที่ มกราคม 20, 2011, 08:08:59 pm
นาย สราวุฒิ ดีดวงพันธ์   115330411028-7  sec 4 วิศวกรรมโยธา วันที่ 20/1/2554  20:08
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Thaweesak ที่ มกราคม 20, 2011, 08:18:48 pm
นาย ทวีศักดิ์ ธนทรัพย์ทวี  วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411008-9 sec04 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20/01/54 เวลา 20.18 น. ที่หอพัก มาลีแมนชั่น
 
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: bear ที่ มกราคม 20, 2011, 08:37:52 pm
นาย อุดม แก้วชู 115330411034-5 เลขที่28  sec4 วิศวกรรมโยธา เวลา 20.37หอพักมณีโชติ
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: ponyotha ที่ มกราคม 20, 2011, 08:43:34 pm
ผมนายวีรพล  นุ่มน้อย รหัส115330411014-7 sec.4 เลขที่11 วิศวกรรมโยธา วันที่20/1/54 เวลา 20.42 น. อยู่เจริญแมนชั่น
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาท ทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้สียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น ทำการส่งได้ไกล แต่ถ้าเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและสลับกันไป คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้ หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสองและแตะสายไฟทั้งสองใกล้เครื่องรับวิทยุ AM ก็จะได้ยินเสียงเหมือนกัน แต่ถ้าทดลองในที่มืดขณะที่แตะสายไฟ จะเห็นประการไฟวาบขึ้น
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: wuttipong ที่ มกราคม 20, 2011, 08:50:49 pm
กระผมนายวุฒิพงษ์ สุขะ เลขที่ 23 วิศวกรรมโยธา sec.04 รหัส 115330411029-5 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20/1/2554 เวลา 20:50 น. สถานที่หอพัก FourB5
สรุปได้ว่า
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง 
ถ้าคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด
เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน 
สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: oOGIG...k} ที่ มกราคม 20, 2011, 10:14:21 pm
นาย ชำนาญกิจ ศิริยานนท์ วิศวกรรมโยธา 115330411004-8เลขที่ 4sec.04 วันที่ 20/1/54 เวลา10:13:45 pm ณ.ที่หอเศรษฐบุตร
เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Meena ที่ มกราคม 20, 2011, 10:43:23 pm
นายพสิษฐ์  แดงอาสา   นศ.วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411011-3  Sec 4    ณ บ้านเลขที่ 231/135

หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: pichet ที่ มกราคม 20, 2011, 11:03:46 pm
กระผม นายพิเชษฐ์  จันทร์โสภา   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411044-4 เลขที่ 37 วันที่ 20/01/54 เวลา 23.06 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
การแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น
 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: kangsachit ที่ มกราคม 21, 2011, 02:47:02 am
นายกังสชิต จิโน  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411017-0 sec 4 เลขที่ 14 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 21/1/54 เวลา 02.47 น. หอมาลีแมนชั่น
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก 
แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศ
และส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก 
กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: narongdach ที่ มกราคม 21, 2011, 03:16:24 am
นายณรงค์เดช เพ็งแจ่ม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441220-3
ตอบกระทู้วันที่ 21/01/54  เวลา 3:17 น. สถานที่ อพาร์ทเม้นต์ เอกภาคย์ เมืองเอก
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: mypomz ที่ มกราคม 21, 2011, 09:55:10 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  21 ม.ค. 56  เวลา  9.39 สถานที่ หอพัก

แบตเตอรี่ กับเหรียญบาท ทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้สียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น ทำการส่งได้ไกล แต่ถ้าเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและสลับกันไป คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้ หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสองและแตะสายไฟทั้งสองใกล้เครื่องรับวิทยุ AM ก็จะได้ยินเสียงเหมือนกัน แต่ถ้าทดลองในที่มืดขณะที่แตะสายไฟ จะเห็นประการไฟวาบขึ้น


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: tongchai ที่ มกราคม 21, 2011, 01:10:29 pm
ผมนาย ธงชัย ฉิมสุด นักศึกษาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) sec 17 รหัส 115340441240-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  21 มกราคม 2554 ณ หอพักโพธิ์ทอง  เวลา 13.10 น

ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์
 ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น 
แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: bankclash032 ที่ มกราคม 21, 2011, 03:38:26 pm
กระผม   นาย สุริยพงศ์  ทองคำ  นักศึกษาคณะวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ
 sec 17 เลขที่ 24 รหัสประจำตัว115340441221-1
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบเมื่อวันที่  21/1/54  เวลา15.38  น. ณ.หอประสงค์
สรุปว่า ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว   
 ในส่วนของ แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: attakron006@hotmail.com ที่ มกราคม 21, 2011, 04:18:03 pm
กระผม นาย อรรถกร   จิตรชื่น นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441217-9 เลขที่ 22 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 21 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา    16.18น.  สถานที่ บ้านฟ้ารังสิต
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
 
 

 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: รัฐพล เกตุอู่ทอง ที่ มกราคม 21, 2011, 07:51:43 pm
กระผม นายรัฐพล  เกตุอู่ทอง นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441229-4 เลขที่ 26 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 21 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 19.51 น.  สถานที่ หอพักเฉลิมพล

สรุปว่า

 แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sompol w. 53444 INE ที่ มกราคม 21, 2011, 11:21:38 pm
 :)กระผม นายสมพล วงศ์ไชย คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ sec 17 รหัสนักศึกษา 115340441208-8
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
เข้าตอบกระทู้วันที่ 21 เดือน มกราคม พศ.2554 ที่ จันทร์เพ็ญอพาร์ทเมนท์ เวลา 23:21
 การแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: LeeOa IE'53 SEC.17 ที่ มกราคม 22, 2011, 05:31:13 pm
กระผม นาย สุธี  มีอำมาตย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) เลขที่ 15 SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441205-4
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 5:37 PM.  สถานที่บ้านพักที่วังน้อย
มีความเห็นว่า
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: siwasit ridmahan ที่ มกราคม 22, 2011, 08:07:58 pm
นาย สิวะสิทธิ์ ฤทธิ์มะหันต์  เลขที่33  sec.17  คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัส 1153404412443เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 22 มกราคม 2554 เวลา 20.07 น.  สถานที่ ร้านเน็ต

1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์ 
 
 


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: rungarun ที่ มกราคม 22, 2011, 10:15:55 pm
นายรุ่งอรุณ  แย้มประดิษฐ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาอุตสาหการ-การจัดการ sec 17 รหัสประจำตัว 115340441246-8 เลขที่ 36 วันที่ 21/01/54 เวลา 22.16 น.


หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Prachija ที่ มกราคม 22, 2011, 10:26:19 pm
กระผม นาย ประชิด จันทร์พลงาม นักศึกษาคณะ วิศวกรรมโยธา sec 17 รหัสประจำตัว 115340411110-2
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 22 เดือน  มกราคม พศ 2554 ที่  บ้านพัก  เวลา 22.26 น.
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ 
เหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าเราเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: hatorikung_nutt ที่ มกราคม 23, 2011, 12:44:15 am
นายพงษ์ศักดิ์  เลิศศรี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่19   รหัสประจำตัว115340441209-6
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จรัส บุณยธรรมา   ตอบกระทู้วันที่  23/01/54 เวลา00.44 ณ หอพักวงษ์จินดา

เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: suradet phetcharat ที่ มกราคม 23, 2011, 12:53:52 am
นายสุรเดช  เพ็ชรรัตน์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา CVE2 Sec17 เลขที่ 9 รหัส 115340411115-1
ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  23 มกราคม 2554 เวลา  00.53 น.Office สำนักงานบริษัทไทยวัฒน์   
ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม

   



หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: jackmaco ที่ มกราคม 23, 2011, 06:56:10 am
นายธีรพงษ์ ม้วนทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441211-2
ตอบกระทู้วันที่ 23/01/54  เวลา 06:56 น. สถานที่ หอพัก เอื้อมเดือน

สรุป : ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า
คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: satawat ที่ มกราคม 23, 2011, 06:00:56 pm
กระผม นาย ศตวรรษ รัตนภักดี นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ  เลขที่ 34 SEC.02 รหัสประจำตัว 115210441263-8
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 18.00 สถานที่บ้าน
มีความเห็นว่า
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: chatchai ที่ มกราคม 26, 2011, 04:35:43 pm
กระผม นาย ฉัตรชัย กล่อมเกลี้ยง  นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441232-8 เลขที่ 28      เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่
26 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 16.36  น.  สถานที่ หอพัก 4B

สรุปว่า

    วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่าน ตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: sodiss ที่ มกราคม 26, 2011, 05:49:18 pm
นาย ธรรมนันท์ เหมือนทิพย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ  เลขที่ 27 SEC.02 รหัสประจำตัว 115210441248-9
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 17.49 น. สถานที่ หอพักบ้านดวงพร  มีความเห็นว่า
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Utchima ที่ มกราคม 30, 2011, 02:04:41 pm
นางสาวอัจจิมา แขกสะอาด  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยการคอมพิวเตอร์ รหัส 115110905096-3
sec.02  เลขที่23  ตอบกระทู้เมื่อ 30/01/54  สถานที่ บ้าน  เวลา 13.30  น.

            แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 

   


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: m_japakiya ที่ มกราคม 31, 2011, 03:24:57 pm
 นาย มูฮำหมัดนาวี จะปะกียา  เลขที่ 2 sec 17 รหัส  115340411104-5  คณะวิศวกรรมศาสตร์  ภาควิชา วิศวกรรมโยธา   ณ บ้าน จรัญสนิทวงศ์  31-01-54  เวลา  15.24 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
 หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: chaiyun ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 06:12:57 pm
นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ วิศวกรรมอุสาหการ-การจัดการ(สมทบ) รหัส 115340441215-3 Sec 17 เลขที่ 21  วันที่ 4 /2/54 เวลา 18.11 น. สถานที่ ห้องนวนคร
 สรุปได้ว่า....
     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: Kitiwat ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 02:07:01 am
นายกิติวัฒน์ ศรประสิทธิ์  เลขที่ 24 รหัส 115330411030-3 วิศวกรรมโยธา sec 4

วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: udomporn ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 03:46:48 pm
นาย อุดมพร พวงสุวรรณ วิศวกรรมโยธา 115330411025-3 เลขที่ 19 sec.04 วันที่ 10/2/54 เวลา 15.46 ณ.ที่หอลากูน

             แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 



หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: อภิรักษ์ ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2011, 01:27:43 am
นายอภิรักษ์   มีศิลป์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบวันที่ 10 กุมภาพันธ์  เวลา 01:27 น. ที่หอพัก AP แมนชั่น  มีความคิดเห็นว่า
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์


หัวข้อ: Re: เครื่องรับวิทยุ
เริ่มหัวข้อโดย: aek cve rmutt ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2011, 02:20:33 am
นาย เอกชัย  เสียงล้ำ  115330411046-9 sec 4 วิศวกรรมโยธา กลุ่ม 53341 เวลา 2.20
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาท ทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้สียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น ทำการส่งได้ไกล แต่ถ้าเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและสลับกันไป คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้ หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสองและแตะสายไฟทั้งสองใกล้เครื่องรับวิทยุ AM ก็จะได้ยินเสียงเหมือนกัน แต่ถ้าทดลองในที่มืดขณะที่แตะสายไฟ จะเห็นประการไฟวาบขึ้น