พลังงานไอออไนเซชัน (Ionization energy : IE)
ความนิยมของผู้ชม: / 175
แย่มากดีมาก 
  พลังงานไอออไนเซชัน (ionization energy : IE)  หมายถึงพลังงานที่น้อยที่สุดที่ใช้เพื่อทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากอะตอมในสถานะแก๊สกลายเป็นไอออนในสถานะแก๊ส  เช่น  การทำให้โฮโดรเจนอะตอมกลายเป็นไฮโดรเจนไอออนในสถานะแก๊ส  เขียนแสดงได้ดังนี้

                                                  H(g)                      H+(g)   +   e           IE  =  1318 kJ/mol

    ไฮโดรเจนมีเพียง  1  อิเล็กตรอน  จึงมีค่าพลังงานไอออไนเซชันเพียงค่าเดียว  ถ้าเป็นธาตุที่มีหลายอิเล็กตรอนก็จะมรพลังงานไอออไนเซชันหลายค่า  พลังงานน้อยที่สุดที่ทำให้อิเล็กตรอนตัวแรกหลุดออกตากอะตอมในสถานะแก๊สเรียกว่า พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1  เขียนย่อเป็น IE1  พลังงานที่ทำให้อิเล็กตรอนตัวต่อ ๆ ไปหลุดออกจากอะตอมในสถานะแก๊สก็จะเรียกว่า  พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่  2 , 3 , . . .  ตามลำดับ  และเขียนย่อเป็น  IE2 , IE3 , . . .  ตามลำดับ  เช่น  ธาตุโบรอนมี  5  อิเล็กตรอน  ก็จะมีพลังงานไอออไนเซชัน  5  ค่า  ดังนี้

                                                B(g)                         B+(g)   +   e               IE  =  807 kJ/mol

                                                B+(g)                        B2+(g)   +   e             IE  =  2433 kJ/mol

                                                B2+ (g)                    B3+ (g)   +   e           IE  =  3666 kJ/mol

                                                B3+ (g)                    B4+ (g)   +   e           IE  =  25033 kJ/mol

                                                B4+ (g)                    B5+ (g)   +   e           IE  =  32834 kJ/mol

พลังงานไอออไนเซชันกับจำนวนอิเล็กตรอนในระดับพลังงาน

    ค่าพลังงานไอออไนเซชันของธาตุต่าง ๆ ในตารางธาตุใช้เป็นข้อมูลในการจัดกลุ่มอิเล็กตรอนที่อยู่รอบนิวเคลียส  ซึ่งพบความสัมพันธ์คือ  อิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานเดียวกัน (ชั้นเดียวกัน)  จะมีค่าพลังงานไอออไนเซชันใกล้เคียงกัน  และอิเล็กตรอนที่อยู่ต่างระดับพลังงานกัน  จะมีค่าพลังงานไอออไนเซชันแตกต่างกันมาก  ซึ่งสรุปความสัมพันธ์ถึงจำนวนอิเล็กตรอนในแต่ละระดับพลังงานจะมีจำนวนไม่เกิน 2n2  ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว

การเปรียบเทียบพลังงานไอออไนเซชันของธาตุจะใช้เฉพาะ IE1  ซึ่งเมื่อนำค่า IE1 มาเปรียบเทียบได้ดังกราฟ

กราฟแสดงพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1

ตารางแสดงพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1

1
H
1316

2
He
2379

3
Li
526

4
Be
906

5
B
807

6
C
1093

7
N
1407

8
O
1320

9
F
1687

10
Ne
2087

11

Na
502

12
Mg
744

13
Al
584

14
Si
793

15
P
1018

16
S
1006

17
Cl
1257

18
Ar
1527

19
K
425

20
Ca
596

31
Ga
585

32
Ge
768

33
As
953

34
Se
947

35
Br
1146

36
Kr
1357

37
Rb
409

38
Sr
556

49
In
565

50
Sn
715

51
Sb
840

52
Te
876

53
I
1015

54
Xe
1177

55
Cs
382

56
Ba
509

81
Tl
596

82
Pb
722

83
Bi
710

84
Po
818

85
At

86
Rn
1043

87
Fr

88
Ra
516

สรุปแนวโน้มพลังงานไอออไนเซชัน

1.  แนวโน้มค่าพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 ( IE1) ตามคาบ  พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามเลขอะตอม  เนื่องจากธาตุในคาบเดียวกันมีจำนวนโปรตอนในนิวเคลียสเพิ่มขึ้นและมีขนาดอะตอมเล็กลง  แรงดึงดูดระหว่างนิวเคลียสกับเวเลนซ์อิเล็กตรอนจึงเพิ่มมากขึ้น  อิเล็กตรอนจึงหลุดออกจากอะตอมได้ยาก

2.  แนวโน้มค่าพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 ( IE1) ตามหมู่  ปัจจัยทีมีผลคือคือขนาดอะตอมซึ่งเป็นผลมาจากระดับพลังงาน  ค่า IE1  จะลดลงเมื่ออะตอมมีขนาดใหญ่ขึ้น  เพราะขนาดอะตอมที่ใหญ่ขึ้นจะมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนที่ห่างนิวเคลียสมากขึ้น  อิเล็กตรอนจะได้รับแรงดึงดูดจากนิวเคลียสน้อย  อิเล็กตรอนจะหลุดออกจากอะตอมได้ง่าย


Views: 26312

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 32567228

Who's Online

ขณะนี้มี 72 บุคคลทั่วไป ออนไลน์