อินเทอร์เน็ต ( Internet )
ความนิยมของผู้ชม: / 4
แย่มากดีมาก 
 

อินเทอร์เน็ต ( Internet )

อินเทอร์เน็ต ( Internet )เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มากที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ไซเบอร์สเปซ ( Cyberspace )

อินเทอร์เน็ต ทำให้การเคลื่อนย้ายและส่งผ่านข่าวสาร ข้อมูลจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งกระทำได้โดยง่าย โดยไม่จำกัดเรื่อง ระยะทาง และเวลา สามารถส่งข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ส่งเป็นแบบข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง โดยอาศัย เครือข่ายโทรคมนาคม เป็นตัวเชื่อมต่อเครือข่าย

    การเชื่อมโยงเครือข่ายจะใช้เครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคม เช่น สายสัญญาณโทรศัพท์ ใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) สัญญาณไมโครเวฟ สัญญาณจากดาวเทียม ทำให้การส่งผ่านข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเป็นไปด้วยความรวดเร็ว อินเทอร์เน็ตเป็น แหล่งรวบรวมข้อมูลแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นที่รวมทั้งบริการและเครื่องมือสืบค้นข้อมูลหลายประเภท จนกระทั่งกล่าวได้ว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งในระดับบุคคลและ องค์กร

     การเชื่อมต่อเข้าเป็นอินเทอร์เน็ตอาศัยการบริหารแบบกระจายอำนาจ อินเทอร์เน็ตจึงไม่มีใครเป็นเจ้าของหรือควบคุมดูแลอย่างแท้จริง เครือข่ายแต่ละส่วนในอินเทอร์เน็ตต่างบริหารเครือข่ายของตนเองอย่างเป็นอิสระ โดยรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายติดตั้งระบบและการเช่าวงจรสื่อสารเพื่อต่อเชื่อมเข้าด้วยกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้ว อินเทอร์เน็ตมีองค์กรระหว่างประเทศ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างสมาชิกองค์กรนี้ได้แก่ สมาคมอินเทอร์เน็ต ISOC ( Internet Society )

     ISOCเป็นองค์กรเพื่อความร่วมมือและประสานงานของสมาชิกอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ เป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร และมีนโยบายสนับสนุนการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนึ่งสำหรับการศึกษาและงานวิจัย และทำหน้าที่ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป ISOCยังทำหน้าที่ในการพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยี เพื่อใช้ในอินเทอร์เน็ต ภายใน ISOCมีคณะทำงานอาสาสมัครร่วมวางแนวทางพัฒนาอินเทอร์เน็ต ให้สมาชิกถือปฏิบัติ แต่ไม่มีหน้าที่ดูแลหรือควบคุมการบริหารเครือข่ายแต่อย่างใด

ประวัติความเป็นมา

อินเทอร์เน็ต (Internet)เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเริ่มก่อตั้งโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา อินเทอร์เน็ตในยุคแรกๆ ประมาณปี พ.ศ. 2512 เป็นเพียงการนำคอมพิวเตอร์จำนวนไม่กี่เครื่องมาเชื่อมต่อกัน โดยสายส่งสัญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ภารกิจหลักเพื่อใช้ในงานวิจัยทางทหาร โดยใช้ชื่อว่า "อาร์ปา" (ARPA : Advanced Research Project Agency) รูปแบบเครือข่ายอาร์พาเน็ตไม่ได้ต่อเชื่อมโฮสต์ (Host)คอมพิวเตอร์เข้าถึงกันโดยตรง หากแต่ใช้คอมพิวเตอร์ เรียกว่าIMP ( Interface Message Processors ) ต่อเชื่อมถึงกันทางสาย โทรศัพท์เพื่อทำหน้าที่ด้านสื่อสารโดยเฉพาะ ซึ่งแต่ละ IMP สามารถเชื่อมได้หลายโฮสต์

กำเนิดอาร์พาเน็ต วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2512 ได้มีการทดลองเชื่อมโยง IMP ระหว่างมหาวิทยาลัย 4 แห่ง โดยมีโฮสต์ต่างชนิดกัน ที่ใช้ในระบบปฏิบัติการต่างกัน คือ

1. มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แห่ง ลอส แอนเจลิส ใช้เครื่อง SDS Sigma 7 ภายใต้ระบบปฏิบัติ การ SEX ( Sigma EXecutive )

2. สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด ใช้เครื่อง SDS 940 และระบบปฏิบัติการ Genie

3. มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แห่ง ซานตา บาร์บารา มีเครื่อง IBM 360/75ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ OS/MVT

4. มหาวิทยาลัยยูทาห์ ที่ซอลต์เลคซิตี้ ใช้เครื่อง DEC PDP-10 ภายใต้ระบบปฏิบัติการ Tenex

ปี 2515หลังจากที่เครือข่ายทดลองอาร์พา ประสบความสำเร็จ ก็ได้มีการปรับปรุงหน่วยงานจาก อาร์ปา มาเป็น ดาร์พา DARPA (Defense Advanced Research Projects Agency) ตอนหลังเปลี่ยนเป็น Defence Communication Agency ปัจจุบันคือ Defense Informations Systems Agency

ในปี 2526อาร์ปาเน็ตได้แบ่งเป็น 2 เครือข่าย ด้านงานวิจัยใช้ชื่อว่า อาร์ปาเน็ต เหมือนเดิม ส่วนเครือข่ายของกองทัพใช้ชื่อ มิลเน็ต (MILNET: Military Network)ซึ่งมีการเชื่อมต่อโดยใช้โปรโตคอล TCP/IP (Transmission Control Protocol/ Internet Protocol) เป็นครั้งแรก

ในปี 2528มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติอเมริกา (NSF) ได้ให้เงินทุนในการสร้างศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 6 แห่ง และใช้ชื่อว่า NSFNETและ

ในปี 2533อาร์ปาเนตไม่สามารถที่จะรองรับภาระที่เป็นเครือข่ายหลัก (Backbone) ของระบบได้ อาร์ปาเน็ตจึงได้ยุติลง และเปลี่ยนไปใช้ NSFNET และเครือข่ายอื่นๆ แทน มาจนเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ โดยเรียกเครือข่ายว่า อินเตอร์เน็ต (Internet)โดยเครือข่าย ส่วนใหญ่จะอยู่ในอเมริกา และปัจจุบันนี้มีเครือข่ายย่อยมากมายทั่วโลก

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยการเชื่อมต่อมินิคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ในครั้งนั้นยังเป็นการเชื่อมต่อ โดยผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้าและไม่เป็นการถาวร จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส ์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)ได้ทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับมหาวิทยาลัย 6 แห่ง ได้แก่

    1.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    2.สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)

    3.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

    4.สถาบันเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)

    5.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    6.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เข้าด้วยกันเรียกว่า "เครือข่ายไทยสาร"โดยสำนักวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เช่าวงจรสื่อสารความเร็ว 9600บิตต่อวินาที จากการสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อเชื่อมเข้าสู่อินเทอร์เน็ตที่ "บริษัท ยูยูเน็ตเทคโนโลยี ประเทศสหรัฐอเมริกา"

ในปี พ.ศ. 2536 NECTEC ได้เช่าวงจรสื่อสารความเร็ว 64 กิโลบิตต่อวินาทีจากการสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อเพิ่มความสามารถในการขนส่งข้อมูล ทำให้ประเทศไทยมีวงจรสื่อสารระดับ ที่ให้บริการแก่ผู้ใช้ไทยสารอินเทอร์เน็ต 2 วงจร ในปัจจุบันวงจรเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ NECTEC ได้รับการปรับปรุงให้มีความ เร็วสูงขึ้นตามลำดับ นับตั้งแต่นั้นมาเครือข่ายไทยสารได้ขยายตัวกว้างขึ้น และมีหน่วยงานอื่นเชื่อมเข้ากับ ไทยสารอีกหลายแห่ง ในช่วงต่อมา เครือข่ายไทยสารเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการ เข้ามาเชื่อมต่อกับเครือข่ายนี้ เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าอินเทอร์เน็ตในประเทศขณะนั้นยังจำกัดอยู่ในวงการศึกษาและการวิจัยเท่านั้น ไม่ได้เป็นเครือข่ายที่ให้บริการในรูปของธุรกิจ แต่ทางสถาบันนั้นๆ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง


ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 ความต้องการในการใช้อินเทอร์เน็ตจากภาคเอกชนมีมากขึ้น การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) จึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน เปิดบริการอินเทอร์เน็ตให้แก่บุคคลผู้สนใจทั่วไปได้สมัครเป็นสมาชิก ตั้งขึ้นในรูปแบบของบริษัท ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ เรียกว่า "ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต" หรือ ISP (Internet Service Provider)


ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตจะถูกส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และระบบการสื่อสารซึ่งในแต่ละพื้นที่ หรือแต่ละประเทศ ซึ่งจะต้องรับผิดชอบกันเอง เพื่อเชื่อมต่อกับระบบใหญ่ของโลกให้ได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ซึ่งได้แก่ องค์กรที่ทำหน้าที่ให้บริการเชื่อมต่อสายสัญญาณจากแหล่งต่างๆ ของผู้ใช้บริการ เช่น จากที่บ้าน สำนักงาน สถานบริการ และแหล่งอื่นๆ เพื่อเชื่อมต่อกับระบบใหญ่ออกไปนอกประเทศได้

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต

คำศัพท์ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตควรทราบ

Web Site

เว็บไซต์ (Web Site) คือ แหล่งเก็บข้อมูล ประกอบด้วย เว็บเพจ (Web Page) หลาย ๆ เว็บเพจ (Web Page) แล้วรวบรวมเว็บเพจ (Web Page) เหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อจัดตั้งขึ้นเป็นเว็บไซต์ (Web Site) โดยเว็บไซต์ (Web Site) นั้นจะต้องมีรหัสหรือชื่อโดเมน (Domain Name) ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารเพื่อการเชื่อมโยงเข้าหาเว็บไซต์ (Web Site) บนอินเทอร์เน็ต (Internet)

Web Page

เว็บเพจ (Web Page) คือ หน้าเว็บ ( Web ) แต่ละหน้าที่ประกอบไปด้วยข้อมูล รูปภาพ เสียง และวิดีโอ โดยเป็นข้อมูลแบบสื่อผสมหรือมัลติมีเดีย ในเว็บไซต์ (Web Site) หนึ่งจะมีเว็บเพจ (Web Page) หลาย ๆ หน้า เปรียบเสมือนกับหน้าหนังสือในหนึ่งเล่มที่ถูกแบ่งเป็นหน้าๆ ส่วนจะมีกี่หน้านั้นก็จะขึ้นอยู่กับเนื้อหาของแต่ละเว็บไซต์ (Web Site) นั้น

Home Page

โฮมเพจ (Home Page) คือ เว็บเพจ (Web Page) หน้าแรกสุดของข้อมูลในเว็บไซต์ (Web Site) หนึ่งเว็บไซต์ (Web Site) เมื่อเปิดเว็บไซต์ (Web Site) ขึ้นมาแล้วก็จะ ปรากฏเป็นหน้าเว็บเพจ (Web Page) เว็บเพจ (Web Page) หน้าแรกนี้เราจะเรียกว่า โฮมเพจ (Home Page) โดยจะมีลิงค์ (Link) ไปยังเว็บเพจ (Web Page) หน้าต่าง ๆ ทั้งในเว็บไซต์ (Web Site) เดียวกันและก็ต่างเว็บไซต์ (Web Site) ได้ด้วย

Web Browser

เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้สำหรับอ่านและแสดงข้อมูลที่เป็นภาษา HTML เพื่อให้ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเห็นผลลัพธ์ของเว็บเพจนั้น ๆ ได้ โดยปัจจุบันมีโปรแกรมที่ได้รับความนิยมอยู่สองโปรแกรมคือ Internet Explorer และ Netscape Navigator

Web editor

โปรแกรม หรือ เครื่องมือที่ใช้ในการสร้าง แก้ไข จัดการ Web ทั้งที่เป็น Text Editor เช่น Notepad , Word pad และโปรแกรมสำเร็จรูปทั่ว ๆ ไป เช่น namo , font page , Macromedia Dreamweaver

upload

การโอนย้ายข้อมูลหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์จากระบบที่เล็กกว่าไปยังระบบที่ใหญ่กว่า

Download

การ โอนย้ายข้อมูลหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์จากระบบที่ใหญ่สู่ระบบที่เล็กกว่า

Host

เครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางที่ต่อเข้ากับ Network,Internet เพื่อบริการใด ๆ

Protocol

วิธีปฎิบัติที่เป็นมาตรฐานในการจัดส่งผ่านข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเรียก วิธีการที่ใช้ในการสื่อสาร ข้อมูลคอมพิวเตอร์

IP address

IP Address internet protocal address : คือหมายเลขอินเทอร์เน็ต หรือหมายเลขประจำตัวของคอมพิวเตอร์ : ซึ่งจะมีหมายเลขที่ไม่ซ้ำกันเลย ประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด ที่คั่นด้วยจุลภาค ( . ) โดยตัวเลข แต่ละชุดจะมีค่าได้ตั้งแต่ 0 จนถึง 255 เช่น 172.16.1.189 เป็นต้น

URL

(Uniform Resource Locator) คือรหัสค้นข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เป็นบริการสื่อสารเวิล์ดไวด์เว็บ ซึ่งมีรูปแบบดังนี้ type://host/path/file
type : เป็นรูปแบบการสื่อสาร เช่น http , ftp
host : เป็นชื่อโฮสต์ของคอมพิวเตอร์เซอร์เวอร์
path : เป็นไดเรกทอรีบนเซิร์ฟเวอร์ในรูปแบบของระบบยูนิกซ์ file : เป็นชื่อไฟล์ข้อมูล เช่น http://www.wtr.cjb.net/ ที่อยู่ของข้อมูลบน WWW ซึ่งถ้าจะหาข้อมูล จะต้องทราบที่อยู่ของ home page หรือ URL ก่อน

Domain Name System

( dns )

ชื่อที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อใช้ในการระบุถึงเว็บไซต์ใด ๆ เช่น เว็บไซต์ของโรงเรียน มีชื่อโดเมนเนม ว่า www2.se-ed.net/wa_tr และ www.watr.th.gs ชื่อโดเมนจะแบ่งออกเป็นระดับชั้น โดยอาจจะเป็น 2 ระดับ หรือ 3 ระดับ ก็ได้ โดยแต่ละระดับจะถูกคั่นด้วย เครื่องหมายจุด เช่น

cjb.net

= ชื่อโดเมนแบบ 2 ระดับ

google.co.th

= ชื่อโดเมนแบบ 3 ระดับ

ส่วนแรก จะหมายถึงชื่อองค์กร
ส่วนที่สอง จะเป็นส่วนขยายบอกประเภทขององค์กร เช่น เป็นองค์กรของเอกชน หรือองค์กรของรัฐบาล
ส่วนที่สาม จะเป็นส่วนขยายบอกประเทศที่เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นตั้งอยู่ เช่น

Google

co

th

|

|

|

ชื่อองค์กร

ส่วนขยายบอกประเภทขององค์กร

ส่วนขยายบอกประเทศ

ตัวอย่างส่วนขยายประเภทขององค์กร

com หรือ co

หมายถึง

องค์กรของเอกชน (Commercial organization)

edu หรือ ac

หมายถึง

สถาบันการศึกษา (Education organization)

gov หรือ go

หมายถึง

องค์กรของรัฐ (Government organization)

org หรือ or

หมายถึง

องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร (Non-commercial organization)

mil หรือ mi

หมายถึง

องค์กรทางทหาร (Military organization)

Net

หมายถึง

องค์กรให้บริการเครือข่าย (Network organization)

ตัวอย่างส่วนขยายบอกประเทศ

at

หมายถึง

ออสเตรเลีย

Ca

หมายถึง

แคนาดา

De

หมายถึง

เยอรมนี

Es

หมายถึง

สเปน

Fr

หมายถึง

ฝรั่งเศส

It

หมายถึง

อิตาลี

Jp

หมายถึง

ญี่ปุ่น

Th

หมายถึง

ไทย

Uk

หมายถึง

อังกฤษ

Us

หมายถึง

สหรัฐอเมริกา

Sub Domain

ส่วนย่อยของ Domain เช่น mail.dns.linuxstep.com mail คือ Sub Domain

HTTP

(Hypertext Transfer Protocol) เป็นชื่อโปรโตคอลที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลไฮเปอร์เท็กซ์ โดยขณะที่ บราวเซอร์เรียกไปยังเว็บเซอร์ฟเวอร์ จะใช้โปรโตคอลนี้ในการรับส่งข้อมูลกับเซอร์ฟเวอร์

ประเภทของเว็บแยกตามหน้าที่

1. งานประชาสัมพันธ์ (Advertise)

การประชาสัมพันธ์โรงเรียน บริษัท ห้างร้าน ตนเอง หรือทุกเว็บที่มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้คนได้รู้จักเว็บของตน เช่น tv บริษัท ห้างร้าน ดารา นักร้อง นักเรียน องค์กร สถาบัน กรม กระทรวง ทบวง ค่ายเพลง เป็นต้น

2. แหล่งข้อมูล (Data resource)

แหล่งที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น วิธีการดูแลสุขภาพ การซ่อมคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม บทความวิชาการ การบริหาร การทำอาหาร การดูแลสุนัข การพัฒนาระบบ การต่อสู้ การ hack ระบบ การป้องกันถูก hack เป็นต้น

3. Gallery

เว็บเพื่อการสะสม เช่น ภาพดารา ภาพการ์ตูน รถยนต์ นาฬิกา picture clipart รูปตนเอง คอมพิวเตอร์ ท้องฟ้า เครื่องบิน สัตว์ ผลไม้ ขนม coke ขยะ เป็นต้น

4. Download

มีหน้าที่รวบรวม มาให้ผู้คนได้ copy เช่น freeware shareware ไม่ว่าจะเป็น script program picture clipart screensaver background song game เป็นต้น

5. ของฟรี (Free)

ให้บริการฟรีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น redirection homepage email banner postcard cache advertise เป็นต้น

6. กระดานถาม ตอบ (webboard)

จัดกระดานไว้เป็นหมวด ๆ ให้ผู้คนเข้าไปส่งคำถาม และผู้คนก็จะเข้าไปตอบคำถาม เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ คล้ายหลักการของ usenet news ซึ่งมีมาแต่โบราณ และทำให้ internet กระจายอย่างทั่วถึงมาจนทุกวันนี้ แต่ปัจจุบันรัศมีของ web บดบังการใช้ usenet news จนคนไทยหลายคนไม่รู้จักซะแล้ว

7. Chat

ดังมากทั้งการคุยกันแบบ interactive ทั้งผ่านเว็บ และโปรแกรม หากโปรแกรมก็ต้องยกให้ pirc mirc และ icq ที่ช่วยให้คนทั้งโลกคุยกันผ่านแป้นพิมพ์ได้ทันทีทันใด บนเว็บก็ใช้ได้ถึงแม้จะช้ากว่าโปรแกรมอื่น แต่ก็ได้รับความนิยมอยู่เช่นกัน

8. E-commerce

ซื้อขายผ่านเว็บ ด้วยบัตรเครดิตบ้าง e-mail ซื้อขายกันบ้าง เช่น หนังสือ เสื้อผ้า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รถยนต์ เป็นต้น

9. Search engine

บริการสืบค้นเว็บ ที่ดังมานานก็คือ yahoo.com และ google.com ซึ่งช่วยให้สืบค้นอะไรได้ง่ายรวดเร็ว และปัจจุบันก็มีคนทำกันมาก

10. Poll online

ปัจจุบันมีคนทำ poll ถามกันเล่น ๆ ในเว็บดังมากมาย แต่จะเอาข้อมูลไปอ้างอิงทางวิชาการไม่ได้ เพียงแต่ทำเล่น ๆ แชร์ข้อมูลกันแบบสบาย สบายเท่านั้น

11. Quiz online

มีข้อสอบให้ทำ และเฉลยว่าผิดถูกอย่างไร บางเว็บก็ให้ลองทำ บางเว็บก็ให้ทำฟรีไม่คิดตัง

12. Game online

มีการสร้างเกมส์ ที่เล่นแบบ online ด้วยหลาย ๆ ภาษา หลายลูกเล่น ไม่มีจำกัด

13. บริการส่ง Mail ICQ Pager

บริการเหล่านี้ในไทยรู้จักกันดี บางเว็บหน้าเดียวส่งได้ทั้ง mail icq และ pager

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Views: 5519

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

 

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 42892396

Who's Online

ขณะนี้มี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์