ปรโลกนิวส์ ตอน สตีฟ จ็อบส์ ตายแล้วไปไหน
ความนิยมของผู้ชม: / 0
แย่มากดีมาก 

ปรโลกนิวส์ ตอน สตีฟ จ็อบส์ ตายแล้วไปไหน

สตีฟ จ็อบส์ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายและอดีตชาติของสตีฟ จ็อบส์ ทำไมจึงมีชื่อเสียง ผลิตภัณฑ์เช่น Iphone, Ipod, Ipad จึงเป็นที่นิยมทั่วโลก

ผู้เสียชีวิต มิสเตอร์ สตีฟ จ็อบส์
เกิดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498
เสียชีวิตวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554 (อายุ 56 ปี)
ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน


Tony  Tseung วิศวกรอาวุโสของบริษัทแอปเปิล

ผู้ส่งเคส มิสเตอร์ โทนี่ ซวง
(วิศวกรอาวุโสของบริษัทแอปเปิล)

 
กราบนมัสการท่านเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายด้วยความเคารพอย่างสูงครับ

 

ผมโทนี่ ซวง (Tony Tseung) เป็นวิศวกรอาวุโส ของบริษัทแอปเปิล จากนครคิวเปอร์ทีโน่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ผู้คนทั่วโลกได้อาลัยกับการจากไปของบุคคลหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง และอดีตประธานกรรมการบริหาร (CEO) ของบริษัทแอปเปิล ซึ่งมีชื่อเสียงด้วยผลงานนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์แมคอินทอช, Iphone, Ipod, Ipad
 

เมื่อถึงคราวเปิดตัวสินค้าใหม่ทีไร ผู้คนจำนวนมากต้องปักหลักเข้าคิวรอยาวเหยียดอยู่หน้าร้านค้าของแอปเปิลในแต่ ละประเทศแบบข้ามวันข้ามคืนแอปเปิลประสบความสำเร็จในระดับโลกได้ถึงขนาดนี้ เพราะบุคคลคนหนึ่งที่คอยขับเคลื่อนงานอย่างมุ่งมั่น นั่นคือ สตีฟ จ็อบส์ เองครับ

สตีฟ จ็อบส์ เกิดในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวของพ่อแม่บุญธรรม จนอายุ 17 ปี เขาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยได้เพียงแค่เพียงหนึ่งภาคการศึกษาเท่านั้น เพราะเขาคิดว่าไม่มีวิชาใดในมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจสำหรับเขา ด้วยความเป็นคนคิดนอกกรอบ เขาจึงร่วมกับเพื่อนก่อตั้งบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ตั้งแต่อายุได้เพียง 21 ปี
 

ตลอดชีวิตการทำงานของเขา เขาได้พิสูจน์ฝีมือให้คนในวงการได้ประจักษ์ มิใช่เป็นเพียงผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่โลกเพียงอย่างเดียว แต่เขาเป็นนักศิลปะ นักคิด นักพูดที่โดดเด่น

 

แต่แล้วปี 2547 ขณะที่เขากำลังสนุกกับงานที่แอปเปิลอยู่นั้น เขาพึ่งรู้ตัวว่า ตนเป็นมะเร็งตับอ่อน แต่เขาเป็นนักสู้ สู้กับโรคร้ายด้วยการทำงาน โดยไม่ปล่อยบริษัทให้เดินลำพัง จนเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2554 เขาก็จากโลกนี้ไปพร้อมทิ้งตำแหน่งผู้ร่ำรวยมากที่สุดในอันดับที่ 110 ของโลก พร้อมด้วยทรัพย์สินมูลค่า 8,300 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐ เอาไว้เบื้องหลัง
 
ท่านเจ้าอาวาสที่เคารพครับ สาเหตุที่ผมเขียนจดหมายมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับสตีฟ จ็อบส์ทั้งหมดนี้ เพราะเขาเป็นชาวพุทธครับ ในสมัยที่สตีฟ จ็อบส์ยังเป็นหนุ่ม เขาเคยเดินทางไปอินเดีย และทำให้เขาตัดสินใจหันมานับถือพระพุทธศาสนาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเขา สตีฟ จ็อบส์ เคยคิดที่จะออกบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาด้วย แต่เพราะติดโครงการสร้างคอมพิวเตอร์ เขาจึงพลาดโอกาสบวชเป็นพระไปครับ
 


 
ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที
แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากันนะจ๊ะ


สตีฟ จ็อบส์ ตายแล้วไปไหน ตอนนี้ตัวเขาเป็นอย่างไรบ้าง


 
คำตอบ.....ก่อนที่นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกจะได้ฟังเรื่องราว Case study ของคุณสตีฟ จ็อบส์นั้น โดยเฉพาะนักเรียนใหม่ เราก็ต้องมาศึกษาเรียนรู้และทำความเข้าใจกันก่อนว่า......

 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ใด ตายแล้วไม่สูญ
 
ชีวิตหลังความตายนั้น มีอยู่จริง คือ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ใด หรือจะเป็นเด็กน้อยแรกเกิด เด็กปานกลาง หรือผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบร้อยปี ไม่ว่าจะอยู่ ณ มุมใดของโลกนี้ เมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว ก็จะต้องไปบังเกิดใหม่อยู่ในภพภูมิต่างๆ ซึ่งก็มีทั้งภพภูมิที่เป็นสุคติ หรือภพภูมิที่ดี และภพภูมิที่เป็นทุคติ หรือภพภูมิที่ไม่ดี คือพูดง่ายๆ ว่า ตายแล้วไม่สูญ นั่นเอง
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
ชีวิตหลังความตายทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวเองทั้งสิ้น บุญและบาปตามหลักของกฎแห่งกรรมที่เป็นของสากล
ซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับความเชื่อของศาสนาหรือเผ่าพันธุ์ใด
 

 
สำหรับ ชีวิตหลังความตาย บทตัดสินว่าใครจะได้ไปอยู่ในภพภูมิที่เป็นสุคติหรือทุคตินั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครที่จะมาพิพากษาตัดสินหรือลิขิตชีวิต แต่ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับตัวเองทั้งสิ้น คือก่อนที่จะเสียชีวิต บุคคลนั้นมีใจที่ผ่องใสหรือเศร้าหมอง ซึ่งความผ่องใสและเศร้าหมองของใจแต่ละบุคคลนั้นก็ขึ้นอยู่กำลังของบุญและบาปที่บุคคลนั้นได้เคยกระทำเอาไว้ในสมัยที่ยังเป็นมนุษย์ ซึ่งบุญและบาปที่กล่าวมานี้ก็คือบุญและบาปตามหลักของกฎแห่งกรรมที่เป็นของสากล ซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับความเชื่อของศาสนาหรือเผ่าพันธุ์ใด อุปมาเหมือนกับมือเปล่าที่จับไฟจับยังไงก็ร้อน คือไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อจะรู้หรือไม่รู้ จับยังไงมันก็ร้อนหรือตรงข้ามเอามือเปล่าจับน้ำแข็ง จับยังไงก็เย็น คือไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อจะรู้หรือไม่รู้ จับยังไงมันก็เย็น

 
ซึ่งถ้าหากบุคคลใดมีใจที่ผ่องใสบุคคลนั้นก็จะได้ไปบังเกิดอยู่ในสุคติภูมิ แต่ถ้าหากบุคคลใดมีใจที่เศร้าหมองบุคคลนั้นก็จะต้องไปบังเกิดอยู่ในทุคติภูมิ ดังหลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ตรัสสอนเอาไว้ว่า
“ จิตเต อสังกิลิฏเฐ สุคติ ปาฏิกังขา เมื่อจิตผ่องใสไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นที่ไป
จิตเต สังกิลิฏเฐ ทุคติ ปาฏิกังขา เมื่อจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส ทุคติเป็นที่ไป ”
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
รายละเอียดของสุคติภูมิจะมีการแบ่งเป็นชั้นๆ
 

 
ซึ่งรายละเอียดของสุคติภูมิ แบบคร่าวๆ นั้น ก็จะมีการแบ่งเป็นชั้นๆ ตามความผ่องใสของใจว่ามีความผ่องใสมากหรือน้อย ซึ่งถ้าใจของบุคคลใดมีความผ่องใสน้อย คือ ได้ทำทั้งบุญและบาปตามหลักของกฎแห่งกรรมเอาไว้ในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือถ้าเป็นชาวพุทธก็พูดง่ายๆ ว่า วัดก็เข้าเหล้าก็กิน บุญก็ทำกรรมก็สร้าง เป็นต้น
เมื่อบุคคลเหล่านี้ได้ละจากโลกไปแล้ว พวกเขาก็จะไปบังเกิดอยู่ในภพภูมิที่มีความสุขสบายในระดับเบื้องต้น โดยเริ่มตั้งแต่ภพภูมิของภุมมเทวา หรือเทวดาที่มีที่อยู่ที่อาศัยซ้อนอยู่ในเมืองมนุษย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นภพซ้อนภพ หรือมิติที่ซ้อนกันอยู่ ไล่เรื่อยไปจนถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา รุกขเทวา หรือเทวดาที่มีที่อยู่ที่อาศัยอยู่กับต้นไม้ เช่น อยู่ในต้นไม้ หรืออยู่บนต้นไม้ เป็นต้น อากาศเทวา หรือเทวดาที่มีที่อยู่ที่อาศัยลอยอยู่บนอากาศ ไล่เรื่อยไปจนถึง นาค, ยักษ์, คนธรรพ์, กุมภัณฑ์, ครุฑที่อยู่ในสวรรค์ชั้นที่ 1 หรือสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกานั่นเอง
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
บุคคลใดสั่งสมบุญไว้อย่างมากมายในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่เมื่อละจากโลกไป
ก็จะได้ไปบังเกิดอยู่ในภพภูมิที่มีความสวยงาม สว่างไสว
 
แต่ถ้าใจของบุคคลใดมีความผ่องใสมาก คือ เป็นคนที่มีพื้นฐานจิตใจดี ชอบทำความดี ชอบช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ และก็ได้สั่งสมบุญต่างๆ เช่น ทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิ(Meditation)ภาวนา เป็นต้น เอาไว้อย่างมากมายในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อบุคคลเหล่านี้ได้ละจากโลกไปแล้ว พวกเขาก็จะได้ไปบังเกิดอยู่ในภพภูมิที่มีความสวยงาม สว่างไสว และมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป เช่น สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานฯ ปรนิมฯ หรือพรหมโลก เป็นต้น
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
คนที่มีใจเศร้าหมองเพราะบาปอกุศลที่ได้เคยกระทำเอาไว้ในสมัยที่มีชีวิตอยู่
เมื่อละจะโลกไปก็จะไปบังเกิดอยู่ในทุคติภูมิมีแต่ความมืดมิดเร่าร้อนรุนแรง
 

 
ส่วนคนที่มีใจเศร้าหมอง เพราะบาปอกุศลที่ตัวเองได้เคยกระทำเอาไว้ในสมัยที่มีชีวิตอยู่ได้มาห่อหุ้มใจ เช่น ดื่มเหล้า, เจ้าชู้, เล่นการพนัน เป็นต้น เมื่อบุคคลเหล่านี้ได้ละจะโลกไปแล้ว พวกเขาก็จะไปบังเกิดอยู่ในทุคติภูมิ ซึ่งเป็นภพภูมิที่มีแต่ความมืดมิด, เร่าร้อนรุนแรง, เศร้าหมอง, หดหู่, น่าสะพรึงกลัวและมีแต่ความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเกินกว่าที่จะบรรยายได้ เช่น ภพภูมิของสัตว์นรก, เปรต, อสุรกาย เป็นต้น เมื่อลูกๆ นักเรียนอนุบาลฯ ได้ศึกษาเรียนรู้หลักวิชชาในการเดินทางไปสู่ปรโลกตามหลักของพระพุทธศาสนาพอเป็นสังเขปเช่นนี้แล้ว เราก็มารับฟังเรื่องราว Case Study ของคุณสตีฟ จ็อบส์กันเลย
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
 
ก่อนที่คุณสตีฟ จ็อบส์จะเสียชีวิตภายในใจของเขา
ยังเป็นห่วงและกังวลในเรื่องราวต่างๆ มากมาย
 
ก่อนที่คุณสตีฟ จ็อบส์จะเสียชีวิตนั้น ภายในใจของเขาก็ยังมีความรู้สึกเป็นห่วงและกังวลในเรื่องราวต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องครอบครัว ซึ่ง ณ ช่วงเวลานั้นตัวเขาก็ยังอยากที่จะอยู่กับครอบครัวและยังไม่พร้อมที่จะจากครอบครัวของเขาไป หรือ เรื่องของบริษัทที่ตัวเขามีความรู้สึกที่ภาคภูมิใจมากๆ ซึ่งตัวคุณสตีฟ จ็อบส์เอง ก็มีโปรเจ็คต่างๆ ที่ตัวเขาได้แพลน หรือ คิดเอาไว้เยอะแยะมากมาย ซึ่งยังไม่ได้ทำ อีกทั้งตัวเขาก็ยังมีความรู้สึกที่กังวลว่า “ บริษัทที่ตัวเขาได้ทุ่มเทสร้างมาจะมีอนาคตต่อไปเป็นอย่างไร ” เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่ตัวเขาคิดคำนึงนั้นก็ได้กลายเป็นภาพที่ติดเข้าไปอยู่ในใจของเขาซึ่งภาพเหล่านั้นก็มีทั้งภาพที่ทำให้ตัวเขารู้สึกสบายใจ ไม่สบายใจ และกังวลใจ หรือถ้าพูดเป็นภาษาที่พวกเรานักเรียนอนุบาลฯ คุ้นเคยหรือคุ้นหูกันก็คือภาพเหล่านั้นเป็นภาพที่ทำให้ใจใสและใจหมองนั่นเอง
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
คุณสตีฟ จ็อบส์รู้สึกเป็นกังวลลึกๆ ว่าเมื่อตัวเขาตายไปแล้ว
ชีวิตหลังความตายของเขาจะเป็นอย่างไร ตัวเขาจะได้ไปอยู่ที่ไหนและที่แห่งนั้นจะเป็นอย่างไร
 

 
และที่สำคัญมากๆ มากๆ คุณสตีฟ จ็อบส์เองก็รู้สึกเป็นกังวลลึกๆ ว่า “ เมื่อตัวเขาตายไปแล้วชีวิตหลังความตายของเขาจะเป็นอย่างไร ตัวเขาจะได้ไปอยู่ที่ไหน และที่แห่งนั้นจะเป็นอย่างไร หรือว่าจะเป็นอย่างที่อาจารย์ของเขา ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นและเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา ได้เคยสอนเอาไว้หรือเปล่าหรือว่าจะเป็นอย่างอื่น” เรียกได้ว่าทั้งความไม่แน่ใจ, ความวิตกกังวล, และความผูกพันในเรื่องคน งาน เงิน และโปรเจ็คต่างๆ มันได้กลายเป็นความคิดที่วนเวียนอยู่ในใจของคุณสตีฟ จ็อบส์ ณ ช่วงเวลานั้นอยู่ตลอดเวลา
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
ช่วงเวลาที่คุณสตีฟ จ็อบส์กำลังจะจากโลกนี้ไป
ภาพต่างๆ เช่น ความปลื้มใจ ความไม่ปลื้มใจก็ได้มาปรากฏฉายอยู่ภายในใจ
 

 
ดังนั้น จึงทำให้ ณ ช่วงเวลาที่คุณสตีฟ จ็อบส์กำลังจะจากโลกนี้ไป ภาพของความวิตกกังวลและภาพของความทรงจำที่มีทั้งความสุข ความทุกข์ ความปลื้มใจ ความไม่ปลื้มใจ ก็ได้มาปรากฏฉายอยู่ภายในใจของเขา ซึ่งภาพต่างๆ เหล่านั้น ก็มีทั้งภาพที่ทำให้ใจของเขาเศร้าหมอง, ภาพที่ทำให้ใจของเขาผ่องใส และภาพที่ทำให้ใจของเขาไม่เศร้าหมองไม่ผ่องใสสลับปะปนกันไป ซึ่งภาพที่ทำให้ใจของเขาเศร้าหมอง ก็คือ ภาพที่ตัวเขาเป็นคนขี้โมโห, หงุดหงิดง่าย ชอบใช้อารมณ์รุนแรงและโหวกเหวกโวยวายกับลูกน้องที่ทำอะไรไม่ค่อยได้ดั่งใจ หรือไม่ถูกใจตัวเขาอยู่เป็นประจำ คือ บอกให้ทำอย่าง ก็ไปทำอีกอย่าง หรือบอกให้ทำอย่างเดียว ก็ไปทำหลายอย่าง หรือพูดง่ายๆ ว่า ผิดสเป็กตลอด เป็นต้น
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
 
ภาพที่ทำให้ใจของเขาไม่เศร้าหมองไม่ผ่องใส
คือภาพที่ตัวเขาไปทำงานหรืออยู่กับครอบครัว
 
ส่วนภาพที่ทำให้ใจของเขาผ่องใส ก็คือภาพที่ตัวเขาได้บริจาคทรัพย์และสิ่งของให้กับองค์กรการกุศล รวมถึงภาพที่ตัวเขาได้ให้ความรู้เป็นวิทยาทานแก่เพื่อนร่วมงานและนิสิตนักศึกษาตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นต้น ส่วนภาพที่ทำให้ใจของเขาไม่เศร้าหมองไม่ผ่องใส ก็คือภาพที่ตัวเขาไปทำงาน หรืออยู่กับครอบครัว เป็นต้น
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
หลังจากที่คุณสตีฟ จ็อบส์ได้ละจากโลกนี้ไปแล้ว
ก็ได้ไปบังเกิดใหม่เป็นเทพบุตรภุมมเทวา

 
และด้วยความที่ใจของเขามีทั้งความเศร้าหมอง ทั้งความผ่องใส และทั้งความไม่เศร้าหมองไม่ผ่องใสปนเปกันไป กอปรกับตัวเขาก็ยังมีความผูกพันกับหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างบนโลกมนุษย์นี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคน งาน เงิน และโปรเจ็คต่างๆ เป็นต้น เมื่อเหตุดังกล่าวได้มาส่งผลรวมกับอัธยาศัยพื้นฐานของตัวเขาซึ่งเป็นคนที่มี ความรู้ความสามารถทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และสุนทรียภาพทางศิลปะสูงมาก คือเป็นคนที่ชอบอยู่กับสิ่งของที่สวยงาม และชอบความเพอร์เฟ็ค จึงส่งผลทำให้หลังจากที่คุณสตีฟ จ็อบส์ได้ละจากโลกนี้ไปแล้ว ตัวเขาก็ได้ไปบังเกิดใหม่เป็น “ เทพบุตรภุมมเทวาระดับกลางสายวิทยาธรกึ่งยักษ์ ” ที่มีที่อยู่ที่อาศัยซ้อนอยู่บนโลกมนุษย์ใกล้ๆ กับที่ทำงานเดิมของตัวเขาในทันที

 
เมื่อมาถึงจุดนี้ลูกๆ นักเรียนอนุบาลฯ ก็คงอยากที่จะรู้ว่า “ ภุมมเทวาสายวิทยาธรกึ่งยักษ์ ” นั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร สำหรับภุมมเทวาสายวิทยาธรกึ่งยักษ์นั้นก็คือภุมมเทวาที่มีอัธยาศัย 2 อย่างมาผสมผสานกัน ได้แก่ อัธยาศัยของวิทยาธรที่รักในการเรียนรู้ศาสตร์และความรู้ต่างๆ กับอัธยาศัยของยักษ์ที่มักโกรธ ขี้โมโห และหงุดหงิดง่าย ดังนั้น เมื่ออัธยาศัยทั้งสองอย่างดังกล่าว หรืออัธยาศัยที่รักในการเรียนรู้กับอัธยาศัยที่มักโกรธ ได้มาผสมผสานกันแล้ว จึงทำให้ภุมมเทวาสายนี้มีลักษณะเป็นวิทยาธรกึ่งยักษ์นั่นเอง
 

 
โดยเฉพาะเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ จะมีลักษณะกายเหมือนกับเทพบุตรภุมมเทวาระดับกลาง เพียงแต่ผิวของเขาจะเป็นสีดำอมแดงมีเลือดฝาดและหยาบกว่าผิวของเทพบุตรภุมมเทวาระดับกลาง ซึ่งโดยปกติทั่วไปภุมมเทวาระดับกลางจะมีผิวขาว ผ่องใสและละเอียดกว่าผิวของมนุษย์ ซึ่งถ้าจะอุปมาให้เห็นภาพกันแบบชัดๆ ผิวของภุมมเทวาระดับกลางก็จะมีความละเอียดและนุ่มนวลละม้ายคล้ายกับสำลีที่นุ่มๆ ส่วนผิวของเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ซึ่งเป็นภุมมเทวาระดับกลางสายวิทยาธรกึ่งยักษ์ จะมีความละเอียดคล้ายกับฟองน้ำ
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
วิมานของท่านเทพบุตรใหม่มีลักษณะเรียบๆ ง่ายๆ ขนาดปานกลาง
 

 
ส่วนวิมานหรือที่อยู่ที่อาศัย ของท่านเทพบุตรใหม่จะมีลักษณะเป็นวิมานที่เรียบๆ ง่ายๆ ขนาดปานกลาง ที่สูงประมาณตึก 6 ชั้น ซึ่งตัววิมานจะประกอบด้วยโลหะสีเงินสีขาวและแก้วผลึกขนาดใหญ่ที่มีขอบเขตกว้างขวาง และอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานเดิมในสมัยที่ตัวเขายังเป็นมนุษย์ ซึ่งโดยรอบวิมานของท่านเทพบุตรใหม่จะมีวิมาน ของเหล่าภุมมเทวาที่มีความชอบคล้ายๆ กันอยู่หลายวิมาน นอกจากนี้ ท่านเทพบุตรใหม่ยังมีบริวารอันเป็นทิพย์ที่คอยรับใช้ดูแลอยู่ประมาณ 20 ตน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เกิดจากผลแห่งบุญที่ตัวเขาได้เคยทำบุญแบบสงเคราะห์โลกเอาไว้ในสมัยที่ตัวเขายังเป็นมนุษย์ เช่น บริจาคทั้งเงิน สิ่งของ ความรู้ให้แก่ผู้อื่นและสังคม เป็นต้น
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
 
ภายหลังจากที่คุณสตีฟ จ็อบส์เสียชีวิตไปแล้ว
ตัวเขามีความรู้สึกเหมือนกับหลับแล้วตื่นขึ้นบนเตียงกลางวิมาน
และเมื่อมาถึงจุดนี้ลูกๆ นักเรียนอนุบาลฯ ก็คงอยากจะรู้ว่า “ หลังจากที่คุณสตีฟ จ็อบส์ ได้เสียชีวิตไปแล้ว วินาทีแรกที่ตัวเขาได้ลืมตาขึ้นมา แล้วก็แปรเปลี่ยนไปเป็นเทพบุตรภุมมเทวานั้น ตัวเขาจะมีความรู้สึกอย่างไร และจากวันเวลาที่ผ่านมา ในช่วง 10 เดือนหลังจากที่ตัวเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว ชีวิตความเป็นอยู่เขาในภพภูมิใหม่แห่งนี้จะน่าสนุกขนาดไหน ตัวเขาจะได้ไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนบ้านภุมมเทวาที่อยู่ในหมู่บ้านภุมมเทวาแห่งนั้นหรือไม่ อย่างไร” ก็ไม่ทราบว่าลูกๆ นักเรียนอนุบาลอยากที่จะฟังกันตอนนี้เลยหรือเปล่า
ภายหลังจากที่คุณสตีฟ จ็อบส์เสียชีวิตไปแล้ว ตัวเขาก็มีความรู้สึกเหมือนกับหลับแล้วตื่นขึ้นบนเตียงซึ่งตั้งอยู่กลางวิมาน ของตัวเขาและทันทีที่ตัวเขาได้ลืมตาขึ้นมาตัวเขาก็รู้สึกตื่นตา ตื่นใจและประหลาดใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่โดยรอบเป็นอย่างมาก นอกจากตัวเขาจะมีความรู้สึกเช่นนั้นแล้วตัวเขายังรู้สึกอีกว่า “ โอ้ช่างอัศจรรย์เหลือเกิน อาการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ตัวเขาเป็นอยู่มันได้หายไปเป็นปลิดทิ้งแล้ว อีกทั้งตัวเขายังแลดูหนุ่มขึ้นและหล่อขึ้นไปกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งในตอนนั้นตัวเขาจะแลดูเหมือนกับชายหนุ่มที่มีอายุประมาณ 35-40 ปี ”
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักหนึ่งก็ได้มีหัวหน้าของเหล่าบริวาร
มากล่าวต้อนรับตัวเขา แล้วก็ได้แนะนำสังคมใหม่
 
และเมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักหนึ่ง ซึ่งก็ไม่นานนักก็ได้มีหัวหน้าของเหล่าบริวารมากล่าวต้อนรับตัวเขา แล้วก็ได้แนะนำสังคมใหม่ หรือสังคมภุมมเทวาแห่งนี้ให้ตัวเขาได้รู้จักจากนั้นหัวหน้าของเหล่าบริวารก็ได้พาท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ ไปชมทิพยสมบัติที่อยู่ในตัววิมาน ซึ่งตัวท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ ก็รู้สึกตื่นเต้นและอัศจรรย์ใจในทิพยสมบัติต่างๆ เหล่านั้นเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น เตียงที่ใช้นอน ก็เป็นเตียงที่เรียบหรูดูดีมีสไตล์ไฮคลาส แถมยังลอยได้อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้นในเวลาที่ตัวเขาอยากจะฟังเพลงที่เขาชอบ เพลงดังกล่าวก็จะค่อยๆ ดังขึ้นมาเองแบบเป็นอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ใดๆ เหมือนอย่างในโลกมนุษย์นี้เลย หรือในยามที่ตัวเขาต้องการจะรับประทานอาหาร ก็จะมีเหล่าบริวารนำอาหารที่เขาชอบมาให้ตัวเขาได้รับประทาน โดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากบอกใครเลย เป็นต้น เรียกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่วิมานแห่งนี้ ช่างเพอร์เฟ็คและไฮเทค อีกทั้ง ยังตอบสนองความต้องการของเขาในสมัยที่ตัวเขายังมีชีวิตอยู่อย่างสุดๆ 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
 
ท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์รู้สึกตื่นตา ตื่นใจ
และอัศจรรย์ใจกับทิพยสมบัติเหล่านั้นอย่างสุดๆ
และหลังจากที่หัวหน้าของเหล่าบริวารได้พาท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ไปชมทิพยสมบัติที่อยู่ในตัววิมานบางส่วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หัวหน้าของเหล่าบริวารก็ได้พาตัวเขาไปชมทิพยสมบัติต่างๆ ที่อยู่ภายนอกตัววิมาน ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรม สวน และสระ เป็นต้น และเมื่อตัวเขาได้เห็นทิพยสมบัติเหล่านั้นแล้ว ตัวเขาก็รู้สึกตื่นตา ตื่นใจและอัศจรรย์ใจกับทิพยสมบัติเหล่านั้นอย่างสุดๆ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่ไฮเทค สวยงามและเรียบง่าย ซึ่งโดนใจตัวเขามากๆ
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
 
เมื่อมาถึงวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำในเมืองมนุษย์ก็ได้มีเพื่อนภุมมเทวามาหา
ท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์เพื่อเชิญให้ไปประชุมร่วมกับเพื่อนๆและพบกับหัวหน้าหมู่บ้าน
 
และเมื่อวันเวลาผ่านไปจนกระทั่งมาถึงวันที่พระจันทร์เต็มดวง หรือวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำในเมืองมนุษย์ ก็ได้มีเพื่อนบ้านภุมมเทวาที่มีวิมานอยู่ติดกันมาหาท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ถึงที่วิมานของเขา เพื่อเชิญให้เขาไปประชุมร่วมกับเพื่อนๆ ภุมมเทวาและพบกับหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งภุมมเทวาที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้.จะมีการประชุมร่วมกันในทุกๆ วันที่พระจันทร์เต็มดวง หรือในทุกๆ วันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำในเมืองมนุษย์นั่นเอง เมื่อท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ได้ทราบเช่นนั้นแล้ว ตัวเขาก็เกิดความรู้สึกสนใจและอยากที่จะรู้ว่า จะมีสิ่งใดเกิดขึ้นในที่ประชุมแห่งนั้นบ้าง
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
 
หัวหน้าหมู่บ้านภุมมเทวาได้พูดถึงเรื่องกฎระเบียบและข้อปฏิบัติต่างๆ
ว่า สิ่งไหนควรทำ และสิ่งไหนไม่ควรทำ ให้ท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ได้รับทราบ
และเมื่อท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ได้ไปถึงที่ประชุมแห่งนั้นแล้ว เพื่อนบ้านภุมมเทวาที่มีวิมานอยู่ติดกับวิมานของเขาก็ได้แนะนำตัวเขาให้หัวหน้าหมู่บ้านและเพื่อนๆ ภุมมเทวาทุกท่านได้รู้จักจากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านภุมมเทวาแห่งนั้นก็ได้พูดถึงเรื่องกฎระเบียบและข้อปฏิบัติต่างๆ ให้กับท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ได้รับทราบว่า “สิ่งไหนควรทำ และสิ่งไหนไม่ควรทำ” ซึ่งหลังจากที่การประชุมได้เสร็จสิ้นลงแล้วท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ก็ได้รีบกลับมายังวิมานของตัวเขาเอง เพราะตัวเขายังรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆ หรือทิพยสมบัติ ที่อยู่ภายในวิมานของเขา
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
 
เพื่อนบ้านภุมมเทวาหลายๆ ท่าน
แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ที่วิมาน
 
ภายหลังจากที่ท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ ได้เป็นที่รู้จักของเพื่อนๆ ภุมมเทวาที่อยู่ในหมู่บ้านภุมมเทวาแห่งนั้นแล้ว ก็ได้มีเพื่อนบ้านภุมมเทวาหลายๆ ท่านแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ที่วิมานของเขาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเพื่อนบ้านภุมมเทวาเหล่านั้นก็มักจะกล่าวชื่นชมเกี่ยวกับเรื่องผลงานของท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ในเมืองมนุษย์ที่ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับโลกใบนี้

 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
 
ภุมมเทวาชอบติดตามผลงานของพวกเขาอยู่เรื่อยๆ แล้วก็จะพยายามไปดลจิตดลใจ
คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้มุ่งมั่นพัฒนางานและทำในสิ่งที่พวกเขาได้ตั้งใจเอาไว้
ซึ่งเรื่องราวการพูดถึงผลงานของกันและกันนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา สำหรับภุมมเทวาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านภุมมเทวาแห่งนี้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะภุมมเทวาแต่ละท่านที่อยู่ในหมู่บ้านภุมมเทวาแห่งนี้ก็ล้วนแล้วแต่มีผลงานเด่นๆ ดังๆ ที่ตัวเองได้เคยสร้างสรรค์เอาไว้ในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งสิ้น ดังนั้น ภุมมเทวาแต่ละท่านจึงมักจะชอบเอาผลงานของตัวเองมาคุยให้กับเพื่อนๆ ภุมมเทวาท่านอื่นๆ ได้ฟังกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนั้นพวกเขาก็จะชอบติดตามผลงานของพวกเขาอยู่เรื่อยๆ แล้วพวกเขาก็จะพยายามไปดลจิตดลใจคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้มุ่งมั่นพัฒนางานและทำในสิ่งที่พวกเขาได้ตั้งใจเอาไว้ ซึ่งถ้าหากคนเหล่านั้นสามารถทำในสิ่งที่พวกเขาตั้งใจเอาไว้ได้จนกระทั่งประสบความสำเร็จ พวกเขาก็จะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจแล้วก็จะนำความสำเร็จของเรื่องนี้ไปคุยให้เพื่อนๆ ภุมมเทวาได้รับฟังกันอย่างถ้วนหน้า
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
ช่วง 10 เดือนที่ผ่านมานี้ท่านเทพบุตรสตีฟจ็อบส์
ไม่ได้มีอารมณ์โกรธเกิดขึ้นเลย
 
ซึ่งในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมานี้ท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ ก็ไม่ได้มีอารมณ์โกรธเกิดขึ้นเลย ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ตัวเขานั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ตัวเขาชอบและตอบสนองความใช่ของตัวเขาทั้งหมด เรียกได้ว่ามองไปทางไหน ตัวเขาก็รู้สึกถูกใจชอบใจ และสุขใจไปหมดเลย เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้ตัวเขาไม่มีโอกาสได้โชว์เขี้ยวของเขาเลย หรือพูดง่ายๆ ว่าเขี้ยวของเขายังไม่ได้ทำงานหรือยังไม่ได้งอกออกมาให้ใครได้เห็นเลยนั่นเอง
 
สตีป จอบส์ ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร Where Is Steve Jobs
 
ใจของเขาบังเกิดความสว่างไสวขึ้นมา แหล่งกำเนิดแสงสว่างมาจาก
คนกลุ่มหนึ่งที่ได้สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวให้กับตัวเขา
ซึ่งในระหว่างที่ท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ กำลังเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมภุมมเทวาแห่งนั้นก็ได้มีกระแสธารแห่งบุญจากที่แห่งหนึ่ง ไปเชื่อมจรดที่ศูนย์กลางกายของท่านเทพบุตรใหม่สตีฟ จ็อบส์ ซึ่งทันทีที่กระแสบุญดังกล่าวได้ไปจรดเชื่อมที่ศูนย์กลางกายของเขา ก็เป็นผลทำให้ใจของเขาบังเกิดความสว่างไสวขึ้นมาในทันที แล้วภาพของแหล่งกำเนิดแสงสว่าง ที่มาจากคนกลุ่มหนึ่งที่ได้สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวให้กับตัวเขาและก็นึกถึงเขาก็ได้ไปปรากฏฉายขึ้นภายในใจของเขา
 
และเมื่อท่านเทพบุตรใหม่สตีฟ จ็อบส์ได้เห็นภาพของการทำบุญดังกล่าวแล้ว ตัวเขาก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไรดังนั้นตัวเขาจึงไม่ได้อนุโมทนาบุญกับคนเหล่านั้นอีกทั้งตัวเขาก็ไม่รู้ว่าจะอนุโมทนาอย่างไรด้วย แต่สิ่งที่ตัวเขารับรู้ได้ในตอนนั้นก็คือตัวเขารู้สึกดีใจ ชอบใจ และเป็นสุขใจ เมื่อตัวเขารู้สึกเช่นนั้นตัวเขาจึงได้นึกขอบคุณคนเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอิบเบิกบานใจนั่นเอง

อวดอุตริ! พระไพศาลชี้ 'สตีฟ จ็อบส์' ฉบับธรรมกาย เข้าข่ายอาบัติปาราชิก!

Pic_285205

ติงไม่เหมาะสม ถามกลับบทความสตีฟ จ็อบส์ตายแล้วไปไหน เขียนเหมือนไปเจอมาเอง เข้าข่าย อวดอุตริ อาบัติปาราชิก ผิดหนัก....

หลังสถานีโทรทัศน์ DMC ของวัดพระธรรมกาย ได้เผยแพร่สารคดี ชื่อว่า “Where is Steve Jobs” เพื่อนำเสนอชีวิตหลังความตายของสตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ และมีคนเอามาเผยแพร่โดยสรุปเนื้อหาของสารคดีดังกล่าวว่า ทางรายการได้อ้างว่า วิศวกรอาวุโสคนหนึ่งของแอปเปิลชื่อ โทนี ซวง ได้ขอให้ท่านพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ใช้ญาณตรวจสอบภพภูมิของสตีฟ จ็อบส์ หลังจากเสียชีวิต มีใจความสรุปว่า “สตีฟ จ็อบส์ ในขณะที่จะตายนั้น จิตใจมีแต่ความเป็นห่วงบริษัทแอปเปิลในอนาคต จึงทำให้ไปจุติเป็นภุมมะเทวาสายวิทยาธรกึ่งยักษ์* มีผิวดำและเขี้ยวเป็นยักษ์ แต่ด้วยผลบุญที่ได้คิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ ให้แก่โลก จึงทำให้เขาได้พบมิตรที่ดีบนสวรรค์ และสตีฟ จ็อบส์ จึงตั้งใจบำเพ็ญเพียรเพื่อเข้าถึงธรรมกายต่อไป…” ทั้งหมดสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือเปล่า...?

ล่าสุด พระไพศาล วิสาโล ภิกษุแห่งสันติวิธีกล่าวผ่านไทยรัฐออนไลน์ถึงสารคดีและบทความของวัดธรรมกาย เรื่องสตีฟ จ็อบส์ ทั้ง 3 ตอน โดยเฉพาะหัวข้อที่ว่าตายแล้วไปไหน...ว่า คำถามใหญ่หลังจากดูทั้งหมดก็คือ สิ่งที่เขียนมาทั้งหมดรู้ได้อย่างไร ไปเจอสตีฟ จ็อบส์มาจริงหรือเปล่า และที่พูดเกี่ยวกับจ็อบส์มันถูกต้องจริงหรือ เขารู้จักสตีฟ จ็อปส์ดีจริงไหม แล้วคุณไปรู้ในภาวะจิตของเขาได้อย่างไร ปัญหาอยู่ตรงนี้

 

“เช่นตอนหนึ่งที่บทความนี้บอกว่า ณ ช่วงเวลาที่คุณสตีฟ จ็อบส์กำลังจะจากโลกนี้ไป ภาพของความวิตกกังวลและภาพของความทรงจำที่มีทั้งความสุข ความทุกข์ ความปลื้มใจ ความไม่ปลื้มใจ ก็ได้มาปรากฏฉายอยู่ภายในใจของเขา ซึ่งภาพต่างๆ เหล่านั้น ก็มีทั้งภาพที่ทำให้ใจของเขาเศร้าหมอง, ภาพที่ทำให้ใจของเขาผ่องใส และภาพที่ทำให้ใจของเขาไม่เศร้าหมองไม่ผ่องใสสลับปะปนกันไป ซึ่งภาพที่ทำให้ใจของเขาเศร้าหมอง ก็คือ ภาพที่ตัวเขาเป็นคนขี้โมโห, หงุดหงิดง่าย ชอบใช้อารมณ์รุนแรงและโหวกเหวกโวยวายกับลูกน้องที่ทำอะไรไม่ค่อยได้ดั่งใจ หรือไม่ถูกใจตัวเขาอยู่เป็นประจำ...ซึ่งถ้าเราอ่านบทความนี้ให้ดีแล้วเขาพูดเหมือนกับว่าได้ไปเจอสตีฟ จ็อบส์มาแล้ว”

พระไพศาลย้ำว่าการกล่าวอ้างว่าเห็นมาจริง เช่นนี้ ในทางพุทธศาสนาเรียกว่าเข้าข่ายอุตริมนุสธรรม (การที่ภิกษุแสดงตนหรือพูดให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนได้ฌานได้สมาธิชั้นนั้นชั้นนี้ สามารถเข้าสมาบัติได้ หรือสำเร็จมรรคสำเร็จผลอย่างนั้นอย่างนี้ เรียกว่า อวดอุตริมนุสธรรม ปัจจุบันคำนี้ถูกนำมาใช้เรียกผู้ที่ชอบอวดอ้างตนเหนือกว่าคนอื่นหรือทำอะไรที่แผลง ๆ ที่คนทั่วไปเขาไม่ทำกันว่า อวดอุตริ หรือ อุตริเป็นต้น) ถือว่าผิด แต่หากบอกว่านึกขึ้นมาเอง ก็ถือว่าเข้าข่าย อาบัติปาราชิก ซึ่งเป็นอาบัติหนัก ทำให้ขาดจากความเป็นพระเลยทีเดียว

 

“และที่ผู้เขียนและเผยแพร่บทความนี้ต้องออกมาตอบ โดยเฉพาะในช่วงท้ายๆ ของบทความที่บอกว่า “...ในระหว่างที่ท่านเทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ กำลังเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมภุมมะเทวาแห่งนั้นก็ได้มีกระแสธารแห่งบุญจากที่แห่งหนึ่ง ไปเชื่อมจรดที่ศูนย์กลางกายของท่านเทพบุตรใหม่สตีฟ จ็อบส์ ซึ่งทันทีที่กระแสบุญดังกล่าวได้ไปจรดเชื่อมที่ศูนย์กลางกายของเขา ก็เป็นผลทำให้ใจของเขาบังเกิดความสว่างไสวขึ้นมาในทันที แล้วภาพของแหล่งกำเนิดแสงสว่าง ที่มาจากคนกลุ่มหนึ่งที่ได้สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวให้กับตัวเขาและก็นึกถึงเขาก็ได้ไปปรากฏฉายขึ้นภายในใจของเขา..” ก็ถือว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ ก็ถือว่าผิดอย่างแน่นอนเพราะพระพุทธเจ้าไม่เคยระบุอย่างชัดเจนแบบนั้น”

สุดท้าย พระชื่อดังยังฝากเตือนไปยังประชาชนที่สับสนกับบทความนี้ที่เผยแพร่ว่า พระพุทธเจ้าตรัสกับสิ่งนี้ว่าอจินไตย ในทางพระพุทธศาสนาไม่แนะนำให้คิดเรื่อง “อจินไตย” เพราะวิสัยปุถุชนไม่อาจเข้าใจได้โดยถูกต้องถ่องแท้ ทั้งเพราะความเข้าใจไม่ได้ในฐานะที่เป็นของลึกซึ้ง เป็นเรื่องทางจิต หรือเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหาคำตอบที่สิ้นสุดได้

“เช่นเวลาคุณป่วยเป็นมะเร็ง มันมีปัจจัยมาก เช่น เป็นเพราะกรรมพันธุ์ การกินอาหารไม่ถูกต้อง หรือเพราะวิบากกรรมในอดีต ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยมันซับซ้อน ไม่สามารถตอบได้ด้วยการคิด กรณีเรื่องสตีฟ จ็อบส์ตายแล้วไปไหน....มันก็เป็นเรื่องของกรรมวิบาก เป็นอจินไตย รู้แม้กระทั่งเขาคิดอะไรอยู่ก่อนตาย ซึ่งก็เข้าข่ายอุตริมนุสธรรม” พระชื่อดังกล่าวสรุป.

เรียนภาษาอังกฤษกับ bangkok post

คลิกฟังเสียงภาษาอังกฤษ MP3

Where is Steve Jobs?

10 months after his death, Steve Jobs lives in parallel world not far-from his real-world Apple office, attended to by 20 servants and enjoying his new existence – that according to Phrathepyanmahamuni, the abbot of Wat Phra Dhammakaya.

Where is Steve Jobs?

Phrathepyanmahamu

bot Phrathepyanmahamuni (Luang Por Dhammachayo) asking if he knew.

What he got was a lengthy and detailed response in the form of a sermon by Phrathepyanmahamuni that has been aired on the temple’s cable television channel and posted to its website where it is getting world-wide attention. (You can see it here with English subtitles:
http://bit.ly/RaQI0i).

Steve Jobs, a Buddhist in his human life, says Phrathepyanmahamuni, is living in a parallel world not far from his real-world offices in California. His new existence is a reflection of his human existence in which he was a brilliant, although often irritable, businessman, whose good deeds included donations to charity and work as an educator of the young.

The abbot says Jobs has therefore been reincarnated into a being with a mix of traits, “a half Witthayathorn, half giant (เทพบุตรภุมมะเทวาระดับกลางสายวิทยาธรกึ่งยักษ์), which is a mid-level angel.

Death, said the abbot, was like sleep, and rebirth an awakening. Jobs awoke to find himself in a six-storey building made of white, silver metal and crystal glass. His body was similar to a 35-40 year old man. Miraculously, the pain of the cancer that killed him was completely gone. He quickly found out that as a result of his worldly virtue he had 20 servants.

Steve Jobs stands next to his six-story after-life home as imagined by a Wat Phra Dhammakaya artist.

Not everything was perfect, however. He still had a hot temper and fangs would appear when he was angered. His skin was not white like other angels but had a darkish red colour. It was not soft either – more like Scotch-Brite than cotton, said the abbot, getting a laugh from his audience.

Interestingly, says Phrathepyanmahamuni, in the ten months of his new existence, no one has seen Job’s fangs because he has never been angry. Life is too good. If he thinks about his favourite food, it appears. It he thinks about his favourite music, it plays without the need for equipment. He lives in a friendly community, so he is not the isolated man he was as a human.

The abbot’s sermon has once again embroiled Wat Phra Dhammakaya in controversy. The temple has already been hit by criticism of its donation campaigns and claims of miracles. In response, the temple, through its website, says the sermon was intended to teach the law of karma to Dhammakaya followers, not meant to defame or insult anyone.

The website said the sermon has been disseminated on many websites and social media channels and the text may have been edited, paraphrased or distorted. As a result, it urged people to use care and read the “correct” original text on its website. It also said the “Where is Steve Jobs?” sermon was only an individual opinion and whether to believe it was up to the audience.

Story includes information from Bangkok Post online reporters.

co-founder – a person who works with another to establish an institution, business or organisation ผู้ร่วมก่อตั้ง
headquarters – the place where an organisation or company has its main offices สำนักงานใหญ่
wonder – to think about something because you want to know more facts or details about it สงสัย
deceased – dead ซึ่งตายแล้ว
fare – to be successful/unsuccessful in a particular situation เป็นไป, มีประสบการณ์
abbot – the head monk at a temple เจ้าอาวาส
detailed – giving many details and a lot of information; paying great attention to details ซึ่งมีรายละเอียดมาก
response – an answer การตอบ
sermon – a talk on a moral or religious subject, usually given by a religious leader during a service การเทศนา
air – broadcast; to send out a programme on television or radio กระจายเสียง,กระจายข่าว
parallel – of an event or situation that happens at the same time as and/or is similar to another one ขนานกัน
existence – the state of being a real or living thing การมีชีวิตอยู่
reflection – something that clearly shows something การสะท้อน
brilliant – very skilful, impressive, or successful ฉลาดหลักแหลม
irritable – getting annoyed easily; showing your anger ขี้โมโห, โมโหง่าย
deed – something that someone does การกระทำ
donation – money or goods that you give to an organisation, especially one that helps people เงินหรือสิ่งของบริจาค
charity – involving giving money or help to people who are poor or ill, or who need advice and support การกุศล
reincarnate – to be born again เกิดใหม่
being – a living creature สิ่งมีชีวิต
trait – a particular quality, in this case, physical quality คุณสมบัติ, ลักษณะพิเศษ
angel – a spirit who is believed to be a servant of God เทพธิดา
rebirth – being born again; reincarnation rebirth การเกิดใหม่
crystal – completely transparent (you can see through it) and very bright แจ่มชัด, แจ๋วแหวว
miraculous – extremely lucky and unexpected อย่างมหัศจรรย์ อย่างไม่น่าเชื่อ
cancer – a serious disease in which growths of cells, also called cancers, form in the body and kill normal body cells. The disease often causes death มะเร็ง
virtue – good, moral qualities or habits คุณงามความดี
servant – a person who works in another person's house, and cooks, cleans, etc. for them คนรับใช้
imagine – to form a picture of something or someone in your mind นึกคิด, จินตนาการ, นึกฝัน
temper – a tendency to get angry very quickly อารมณ์โกรธ, ความโกรธ
fang – either of two long sharp teeth at the front of the mouths of some animals, such as a snake or dog เขี้ยว, สิ่งที่เหมือนเขี้ยว
appear – to be seen ปรากฏ
audience – the group of people gathered in one place to watch or listen to a play, film, someone speaking, etc. ผู้ชม
favourite – something you like the best of all similar things ที่ชอบมากที่สุด, ที่โปรดปราน, ของโปรด
community – the people living in one particular area ชุมชน
isolated – alone with no one to support you โดดเดี่ยว
embroiled – involved in a difficult situation พัวพันอยู่ใน
controversy – a disagreement that a lot of people have strong feelings about ความขัดแย้ง
criticism – comments that show that you think something is wrong or bad การวิจารณ์
campaign – a series of actions intended to produce political or social change การรณรงค์
claim – saying that something is true although it has not been proved and other people may not believe it ข้ออ้าง ข้อกล่าวหา
karma – a belief in Hinduism and Buddhism that the way in which you behaved in past lives affects your present life, and the way in which you behave in this life will affect your future lives กรรม
defame – to say or write something bad about someone that is not true and makes other people have a bad opinion of them ทำลายชื่อเสียง
insult – to say or do something to someone that is rude or offensive พูดแดกดัน, พูดจาบจ้วง
disseminate – to spread or give out something, especially news, information, ideas, etc., to a lot of people เผยแพร่
paraphrase – to express what somebody has said or written using different words, especially in order to make it easier to understand การถอดความ, การแปลความ
distort – to change something such as information so that it is not longer true or accurate บิดเบือน
urge – to advise someone very strongly about what action or attitude they should take ผลักดัน, กระตุ้น
individual – relating to or involving a single, separate person or thing แต่ละบุคคล
opinion – your feelings or thoughts about somebody/something, rather than a fact ความเห็น, ความคิดเห็น, ทัศนคติ


Views: 2949

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

 

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 42457966

Who's Online

ขณะนี้มี 16 บุคคลทั่วไป ออนไลน์