โลก (Earth)
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 

 

 


สัญลักษณ์
 

โลก เป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย ของมวลมนุษย์ และสรรพสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย โลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 3 ในจำนวน ดาวเคราะห์ทั้งหมด ในระบบสุริยะ มีพื้นผิวส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยน้ำถึง 2 ใน 3 ของพื้นโลก จึงได้ชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์แห่งพื้นน้ำ
โลก เป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งโลก ชื่อ "จีอา" (Gaea) เป็นดาวเคราะห์ที่มนุษย์เราอาศัยอยู่ มีพื้นผิวที่ปกคลุมด้วยน้ำ กว่า 70% มีชั้นบรรยากาศ และอุณหภูมิที่เหมาะสม ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเช่นเรา อาศัยอยู่ได้ และเนื่องจาก เรายังไม่เคยพบสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกโลก และมนุษย์เรา ยังไม่เคยอาศัยดาวดวงอื่นนอกโลก นักวิทยาศาสตร์ จึงพยายามศึกษาโลก เพื่อเป็นแบบอย่าง ในการศึกษาดาวเคราะห์ต่อไป

ข้อมูลจำเพาะของโลก

ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ โดยเฉลี่ย 149.5979 ล้านกิโลเมตร(1 a.u.)
ใกล้สุด 147 ล้านกิโลเมตร (0.9833 a.u.)
ไกลสุด 152 ล้านกิโลเมตร (1.0167 a.u.)
Eccentricity 0.01671
คาบการหมุนรอบตัวเอง 23ชั่วโมง56นาที 04วินาที
คาบการหมุนรอบดวงอาทิตย์ 365.256 วัน ด้วยความเร็ว 29.79 กิโลเมตรต่อวินาที
ระนาบโคจร (Inclination) 0 องศา
แกนเอียงกับระนานโคจร 23:50 องศา
มวล 5.976x1024 กรัม
เส้นผ่านศูนย์กลาง 12,756 กิโลเมตร ที่เส้นศูนย์สูตร
แรงโน้มถ่วง --
ความเร็วหลุดพ้น 11.18 กิโลเมตรต่อวินาที
ความหน่าแน่น 1 ต่อ 5.517เมื่อเทียบกับน้ำ

โลกมีแถบรังสี ที่ชื่อว่า แวนอัลเลน ลักษณะเป็น เข็มรัด รูปขนมโดนัต ห่อหุ้มโดยรอบ 2 ชั้น เรียกว่า เข็มขัดแวนอัลเลน ซึ่งค้นพบโดยดาวเทียมเอกซ์พลอเรอร์ 1 และ 3 ในปี ค.ศ.1958 และยังมีสนามแม่เหล็กโลก ทำหน้าที่คล้ายเกราะป้องกันโลก โดยจะกันอนุภาคที่มี ประจุไฟฟ้าพลังงานสูง จากดวงอาทิตย์ ไว้ในวงแหวนรังสีนั้น ไม่ให้ผ่านมาถึงโลกได้ง่าย แต่อาจมีอิเลคตรอนบางส่วน เล็ดลอดผ่าน แถบรังสีเข้ามาสู่ บรรยากาศโลกได้ และไปทำปฏิกริยากับอะตอมของออกซิเจน และไนโตรเจน ทำให้เกิดเป็น แสงเรืองขึ้นในท้องฟ้า แถบขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ที่เรียกว่า แสงเหนือและแสงใต้


ดูภาพ แสงเหนือ แสงใต้คลิกที่นี่

ส่วนโลกที่ได้รับแสงแดดจะเป็น เวลากลางวัน และส่วนที่มืดจะเป็น เวลากลางคืน ช่วงความยาวของกลางวัน และกลางคืนจะไม่เท่ากันตลอดทั้งปี เพราะแกนของโลกเอียง เมื่อขั้วโลกเหนือหันหาเข้าดวงอาทิตย์ในราวเดือนมิถุนายน จะทำให้กลางวันยาวกว่ากลางคืน แต่ในเดือนธันวาคมขั้วโลกเหนือ หันออกจากดวงอาทิตย์จะทำให้ กลางวันสั้นกว่า กลางคืน ส่วนในเดือนมีนาคมและกันยายนโลกหันเข้าหาดวงอาทิตย์ จะทำให้กลางวันยาวเท่ากับกลางคืน


โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์เป็นวงโคจรซึ่งใช้เวลา 365 1/4 วัน เพื่อให้ครบ 1 รอบ ปฏิทินแต่ละปีมี 365 วัน ซึ่งหมายความว่าจะมี 1/4 ของวันที่เหลือในแต่ละปี ซึ่งทุกๆปีสี่ปีจะมีวันพิเศษ คือจะมี 366 วัน กล่าวคือเดือนกุมภาพันธ์จะมี 29 วัน แทนที่จะมี 28 วันเหมือนปกติ ตามที่เคปเลอร์ค้นพบวงโคจรของโลกไม่เป็นวงกลม ในเดือนธันวาคมมันจะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าเดือนมิถุนายน ซึ่งมันจะอยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์มากที่สุด โลกจะเอียงไปตามเส้นแกน ในเดือนมิถุนายน ซีกโลกเหนือจะเอียงไปทางดวงอาทิตย์ดังนั้น ซีกโลกเหนือจะเป็นฤดูร้อนและซีกโลกใต้จะเป็นฤดูหนาว ในเดือนธันวาคมจะเอียงจากดวงอาทิตย์ ทำให้ซีกโลกเหนือเป็นฤดูหนาวและซีกโลกใต้เป็นฤดูร้อน ในเดือนมีนาคมและกันยายน ซีกโลกทั้งสองไม่เอียงไปยังดวงอาทิตย์ กลางวันและกลางคืนจึงมีความยาวเท่ากัน ในเดือนมีนาคม ซีกโลกเหนือจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ และซีกโลกใต้เป็นฤดูใบไม้ร่วง ในเดือนกันยายน สถานการณ์จะกลับกัน

ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ จะมีฤดูกาลเป็นของตนเองและระยะของการโคจร ความยาวของปีดาวเคราะห์เป็นเวลาที่มันหมุนรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ ถ้าคุณอยู่บนดาวพุธ ปีของคุณจะมีเพียง 88 วันของโลก บนดาวพูลโต ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่นอกสุดหนึ่งปีจะเท่ากับ 248 วันบนโลก

ข้อมูลเกี่ยวกับโลก


โลกมีอายุประมาณ 4,700 ปีโลกไม่ได้มีรูปร่างกลมโดยสิ้นเชิง เส้นรอบวงที่เส้นศูนย์สูตรยาว 40,077 กิโลเมตร (24,903 ไมล์)และที่ขั่วโลกยาว 40,009 กิโลเมตร (24,861 ไมล์)

โครงสร้างภายในเปลือกโลก

มีบริวาร 1 ดวงคือ ดวงจันทร์ (Moon)

ภาพแสดงบริเวณขั้วโลกเหนือ ซึ่งมีน้ำแข็ง(สีขาว)เป็นส่วนใหญ่

การโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลกในลักษณะที่แกนเอียง ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆขึ้นบนโลก ซึ่งสามารถสังเกตได้ โดยพิจารณา ณ ตำแหน่งใด ตำแหน่งหนึ่งบนโลก จะพบว่าพลังงานความร้อน ที่ซีกโลกเหนือได้รับจากดวงอาทิตย์ จะไม่เท่ากันตลอดปี ดังนั้นจึงทำให้เกิดฤดูกาลต่าง ๆ เช่นในเดือนมิถุนายน ขั้วโลกเหนือจะหันเข้าหาดวงอาทิตย์ ซีกโลกเหนือจะได้รับความร้อนมากกว่าเดือนอื่นๆ และจะเป็น ฤดูร้อน ตรงข้ามกับเดือนธันวาคม ซึ่งขั้วโลกเหนือหันออก จากดวงอาทิตย์ แสงอาทิตย์ที่ตกลงมาบนโลกจะเฉมาก ซึ่งจะไม่ร้อนมากเหมือนที่แสงตกลงมาตรงๆ ดังนั้นในช่วงนี้ จะเป็น ฤดูหนาว ส่วนในเดือนกันยายนและมีนาคม โลกหันด้านข้างเข้าหาดวงอาทิตย์จะไม่ร้อนหรือหนาว เหมือน เดือนมิถุนายนหรือธันวาคม ในช่วงเดือนกันยายนจึงเป็น ฤดูใบไม้ร่วง และเดือนมีนาคมโลกอบอุ่นขึ้น จึงเป็น ฤดูใบไม้ผลิ

สำหรับประเทศ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศ ใกล้เส้นศูนย์สูตรของโลก ปกติจะเป็นเขตร้อนแต่เนื่องจาก ลมมรสุม พัดผ่าน เป็นประจำฤดูกาล จึงเปลี่ยนไปจากบริเวณอื่น ๆ ของโลก กล่าวคือ จะไม่มีฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ แต่จะมีฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อน โดยจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณดังนี้
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์


 


Views: 3083

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

 

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 42460324

Who's Online

ขณะนี้มี 31 บุคคลทั่วไป ออนไลน์