ร่ายรำชี่กง เติมพลังชีวิต
ความนิยมของผู้ชม: / 9
แย่มากดีมาก 

 

โดย : เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ



เคลื่อนกายรับพลัง ละความคิด เชื่อมโยงจิตให้เป็นหนึ่งเดียว ฝึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเยียวยารักษาโรค ข้อสำคัญนี่ไม่ใช่ศาสตร์ลึกลับ

ไม่ว่าชี่กง ไทชิ และโยคะ ฯลฯ ต่างเป็นศาสตร์ตะวันออกที่ต้องอาศัยกระบวนท่าในการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงกายเข้ากับจิต บ่อยครั้งที่เราได้ยินว่า ศาสตร์เหล่านี้นอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคแล้ว ยังทำให้จิตสงบ

ยิ่งเมื่อนำชี่กงมาผสมผสานกับพลังจักรวาล มนุษย์สามารถเติมพลังชีวิตให้กับตัวเองได้ สินธุ์ ภิรมย์ภักดิ์ ผู้รู้อีกคนได้นำศาสตร์นี้มาเผยแพร่ เขาเคยฝึกฝนทั้งโยคะ ชี่กง พลังจักรวาล และการปฏิบัติธรรมมานานหลายสิบปี เขามั่นใจว่า การร่ายรำชี่กง ไม่ว่ามีกระบวนท่าหรือไร้กระบวนท่า เพื่อเชื่อมโยงกับพลังจักรวาลจะทำให้ร่างกายแข็งแรง เข้าถึงพลังชีวิตได้ง่ายและเร็ว

ไม่ใช่ศาสตร์ลึกลับ

หากถามว่า ทำไมมนุษย์เติมพลังชีวิตจากจักรวาลได้ และได้มีการพิสูจน์แล้วว่า มนุษย์กับจักรวาลเป็นหนึ่งเดียวกัน
สรรพสิ่งทั้งหลายในจักรวาล มีเกิดและดับเป็นธรรมดา นั่นเป็นความไม่เที่ยงแท้หรืออนิจจัง อดีตกาลโลกเคยว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย หรือคือพลังงานเท่านั้น กระทั่งพลังงานแปรเปลี่ยนเป็นอะตอม พัฒนาเป็นสสาร วัตถุ และสรรพสัตว์ตามลำดับ เมื่อคงอยู่ตามสภาพชั่วเวลาหนึ่ง จากนั้นสลายกลับมาสู่สภาพเดิมคือ พลังงาน ซึ่งเป็นความว่างเปล่า

อ.สินธุ์อธิบายว่า นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า ทุกสรรพสิ่งแปรเปลี่ยนตามสภาพและสุดท้ายคือ พลังงาน

เมื่อสนใจเรื่องพวกนี้ อ.สินธุ์พยายามค้นหาคำตอบ จากที่เคยคิดว่าในบั้นปลายจะใช้ชีวิตทำสวน พักผ่อนเงียบๆ กลับไม่ได้ทำเช่นนี้ เพราะเขามีภารกิจหลักคือ สอนชี่กงจักรวาลให้ผู้สนใจทั่วไปและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตามโรงพยาบาล
“ตั้งแต่วัยหนุ่ม ผมก็สนใจศึกษาเรื่องจิต พลังชีวิตและธรรมะ ผมเคยป่วยเป็นทั้งหวัดภูมิแพ้ และหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ก็เลยหาวิธีการที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง เรารู้ว่าศาสตร์ในการรักษาด้วยพลังมีจริง ไม่ว่าจะโยคะ ชี่กง ผมศึกษาเรื่องโยคะและชี่กงและปฏิบัติพลังจักรวาล ปรากฏว่า แต่ละพลังก็มีความพิเศษเฉพาะพลังนั้นๆ แต่ไม่สามารถใช้ได้ผลเต็มร้อย”

อาจารย์สินธุ์บอกถึงพลังชีวิตที่มีการสอนอยู่ทั่วโลก เขาจึงเรียนรู้การดึงพลังจากจักรวาลมาใช้กับชีวิตผ่านการร่ายรำชี่กง จากที่ได้ศึกษาและฝึกโยคะมานาน พบว่า การฝึกโยคะสามารถทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่คนที่จะฝึกไปจนถึงขั้นสูงสุดมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ฝึกได้ในระดับต้นๆ คือ อาสนะและปราณยามะ

เขาจึงลองฝึกพลังชีวิตแบบชี่กง
“รับพลังชีวิต (ชี่) ได้จากการฝึก หลักสำคัญคือ กระบวนท่า ลมหายใจ สมาธิจิต ทางเดินเส้นปราณ 12 เส้นหลัก 8 เส้นรอง ศูนย์รวมพลังชี่กง ผ่านการร่ายรำฝ่ามือ มีจุดเด่นในเรื่องการเปิดพลังเส้นลมปราณ ชี่กงอย่างเดียวไม่ได้สอนเรื่องการเปิดจักระ ส่วนพลังจักรวาลสอนเรื่องการเปิดจักระและพลังที่มีอยู่ในจักรวาล แต่พลังจักรวาลขาดการเปิดพลังเส้นลมปราณ”

จึงเป็นที่มาของการผสมผสานชี่กงกับพลังจักรวาล อาจารย์สินธุ์เรียนรู้ชี่กงจากการอ่านตำราทั้งหมดที่มีอยู่ในเมืองไทย ส่วนพลังจักรวาลเรียนจากชาวเวียดนาม ทำให้รู้ว่า มนุษย์สามารถสัมผัสพลังได้จริง

“มนุษย์สามารถเข้าถึงพลังจักรวาลได้เร็วและง่าย จึงเอามาผสมผสานกับชี่กง”

 



ศาสตร์ไร้มลพิษ

อาจารย์สินธุ์ฝึกจนถึงขั้นรับพลังผ่านทางจักระเข้าสู่ระบบร่างกาย จนสามารถขจัดโรคภัยไข้เจ็บ และเริ่มเป็นวิทยากรตั้งแต่ปี 2546

“เราก็ประมวลความรู้ว่า ผลเกิดขึ้นอย่างนี้ แล้วมีเหตุอย่างไร เพราะเรามีศรัทธาและผลของการฝึกพลัง การเปิดจักระ รวมถึงเรื่องชี่กง เมื่อประมวลออกมาเป็นขั้นตอนรายละเอียด ตอนแรกๆ ไม่มีคนสนใจ เพราะศาสตร์ตะวันออกส่วนใหญ่จะศึกษาจากชาวต่างประเทศ แต่ศาสตร์นี้สอนโดยคนไทย เริ่มแรกคนไทยก็ไม่เชื่อคนไทยด้วยกันเอง”

7 ปีกับชี่กงจักรวาล อาจารย์สินธุ์นำเทคนิคมาสอนให้คนได้เข้าถึงพลังได้เร็วและง่าย และมีผลในการดูแลร่างกายให้แข็งแรง คนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

“ผมสองแปดกระบวนท่า นำไปใช้ได้ง่ายสามารถนำไปปฏิบัติและสื่อรับพลังได้เร็ว ผู้คนจำนวนมากสามารถรักษาภูมิแพ้ โรคหมอนรองกระดูก โรคหัวใจก็สามารถรักษาได้ แต่ต้องฝึกอย่างต่อเนื่อง เราสอนให้รักษาตัวเอง ไม่ได้สอนให้ตั้งตัวไปรักษาคนอื่น”

หลักการปฏิบัติเรื่องนี้ถูกอธิบายว่า 1.ต้องเปิดสมองคือ รู้หลักการเข้าใจตามเหตุและผล เพราะจะสอนเทียบเคียงกับธรรมะและวิทยาศาสตร์ 2.การเปิดจิต คือ ขั้นตอนรับพลัง สิ่งสำคัญคือ จิตเป็นตัวนำในการปฏิบัติ 3.การเปิดจักระ (จุดรับพลังของร่างกาย) 4.การปฏิบัติการรับพลัง และ 5.สมาธิ

หากเข้าใจหลักการง่ายๆ ว่า มนุษย์คือ เครื่องรับสัญญาณจากจักรวาล เพราะจักรวาลคือ ขุมพลังงานยิ่งใหญ่ เปรียบเสมือนสถานีต้นกำเนิดพลังงาน และพลังก็เคลื่อนไหวหมุนเป็นรูปทรงกลม

ตามหลักการนี้อาจารย์สินธุ์บอกว่า กระบวนท่าชี่กงจักรวาล ทั้ง 8 กระบวนท่าเคลื่อนไหวใช้หลักการสื่อเพื่อรับพลัง

“ทำไมคนถึงไม่อยากอยู่ถึงร้อยปี เพราะกลัวว่าตัวเองจะเจ็บป่วยทรมานและเป็นภาระให้คนอื่น หากมนุษย์เข้าใจว่า ตัวเองเป็นแค่เม็ดทราย และหนีจากความทุกข์ได้ โดยจิตต้องควบคุมกายให้ได้ อยากให้รู้สึกรักชีวิต เพื่อจิตจะได้เข้าใจว่า เรามีศักยภาพสูง มีความรักจริงจังในการดูแลร่างกายให้แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย”

เหมือนเช่นที่หลายคนบอกว่า ถ้ามีชีวิตอยู่ร้อยปี ต้องไม่เป็นภาระให้คนอื่น ในหนังสืออาจารย์สินธุ์เขียนไว้ว่า เมื่อใดทุกองค์ประกอบของเซลล์ชีวิตมีพลังชีวิตเข้าผสมผสานในปริมาณที่สูง เซลล์ชีวิตจะมีความสมบูรณ์ในโครงสร้างและมีความแข็งแรงและอายุยืน

พักสมองใช้จิตเชื่อมโยง

ปัจจัยสี่อย่างที่ทำให้สรรพชีวิตมีพลังในการดำเนินชีวิต คือ อาหาร น้ำ อากาศ และปราณหรือชี่หรือพลังชีวิต อาจารย์สินธุ์บอกว่า เมื่อใดเคลื่อนตัวเป็นรูปวงกลม พลังก็จะเกิดขึ้น แต่ต้องมีการเปิดจักระรับพลัง ดังนั้นชี่กงจักรวาล เป็นการฝึกโดยไม่ต้องใช้สมองจำ ให้ใช้ความเคยชินเชื่อมโยงกับจิต

“เมื่อใดใช้สมองจำสั่งงาน ทำตามสมองให้กระบวนท่าสวยอ่อนช้อย แต่ไม่เชื่อมกับจิต นั่นเป็นการตัดตอนการรับพลัง จะเป็นแค่การออกกำลังกาย กระบวนท่าจะเคลื่อนหมุนโดยอัตโนมัติเชื่อมกับพลังธรรมชาติ จิตต้องเป็นตัวนำ กำกับ และตามรู้ เราจะใช้สมองสั่งงานครั้งแรกในการจำกระบวนท่า เวลาฝึกไม่ต้องนับว่าทำไปกี่ครั้ง ท่าทางเป็นอย่างไร ข้อสำคัญใช้จิตเชื่อมพลัง สัมพันธ์กับจุดรับพลัง กระบวนท่า และลมหายใจ”

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า การร่ายรำชี่กงเพื่อรับพลังจักรวาลทำได้ถูกต้อง อาจารย์สินธุ์บอกว่า หากทำไม่ถูกคือ รับพลังไม่ได้ เวลารับพลังได้จะสามารถรู้ได้ด้วยตัวเอง ถ้าเมื่อใดปฏิบัติผิด ก็จะไม่เกิดผล

"จิตอยู่ตรงจุดรับพลัง ไม่ใช้สมองจำกระบวนท่า (ย้ำ) ถ้าจำก็เหมือนการรำลิเกที่ใช้สมองจำท่าทางสวยงาม" อ.สินธุ์ บอกหลังจากฝึกชี่กงจักรวาลแปดกระบวนท่า แล้วคุยต่อว่า

โยคีสามารถฝึกผสานกายและจิตเข้าเป็นหนึ่งเดียว พัฒนาจิตวิญญาณจนถึงขั้นสูง สามารถยืนท่าเดียวได้นานหลายวัน เพราะมีพลังชีวิตที่สะสมไว้มาก หากเข้าถึงช่วงที่จิตสงบ ลมหายใจและหัวใจเต้นแผ่วเบา บางครั้งเหมือนหัวใจหยุดเต้น

“ถ้าจิตและร่างกายนิ่ง ไม่คิดอะไร พลังที่อยู่ในธรรมชาติจะเชื่อมกับเรา เหมือนกบจำศีล หรือหมีขั้วโลกเหนืออดอาหารอยู่ในถ้ำ หากมีพลังชีวิตสูงจะมีร่างกายแข็งแรง มีสมองดี รับพลังสมบูรณ์แบบต้านโรคได้ แต่โรคจากความเสื่อมร่างกายก็เป็นธรรมดาที่จะเกิดกับมนุษย์”

หากเชื่อว่า มนุษย์เป็นสัตว์โลกประเภทเดียวที่เติมพลังชีวิตให้เซลล์ชีวิตแข็งแรงได้ และทุกหนทุกแห่งมีพลังงาน ก็ต้องรู้หลักการเติมพลังชีวิต นั่นก็คือ 1.จิตเหนี่ยวนำเชื่อมโยงกับจักรวาล เมื่อจิตเป็นสมาธิก็จะรู้ได้ด้วยตัวเอง 2. มีการหายใจเข้าออกเพื่อเติมพลังชีวิต และ 3. จุดรับพลังคือ จักระ วิชาพลังจักรวาลมี 7 จุด ชี่กงจักรวาลมี 12 จุดคือ บนปลายนิ้วทั้งสิบ และกลางฝ่ามือทั้งสอง

“ถ้าฝึกจนพลังแรงมากๆ พลังจะพาให้เคลื่อนไหวแบบไร้กระบวนท่า พลังตรงนี้พิสูจน์ได้ หลักชี่กงคือ การร่ายรำยืดขยายออกให้สุดๆ เมื่อพลังเคลื่อนก็ส่งต่อให้พลังไหลรินสู่กระบวนท่า หมุนเป็นวงกลม เพราะร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยธาตุดิน น้ำ ลมและไฟ เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล พลังที่เราใช้คือ พลังธรรมชาติ” อาจารย์สินธุ์ กล่าวและแทรกธรรมะเป็นระยะในระหว่างการสอน

"ชี่กงจักรวาลเป็นวิธีการเพื่อให้มนุษย์รับพลังชีวิตได้ อย่างหนังสือเดอะซีเคร็ทของรอนดา เบิร์น เขียนถึงเรื่องพลังชีวิต แต่คนไม่สามารถเอาไปปฏิบัติได้ เพราะคนไม่รู้หลักการเชื่อมต่อพลัง"

เหมือนเช่นที่บอกไว้ว่า ชี่กงจักรวาลไม่ใช่ศาสตร์ลึกลับ แต่ต้องฝึกฝนเพื่อดึงพลังธรรมชาติมาใช้กับร่างกาย

โดย : เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ
Life Style : Life
วันที่ 24 กันยายน 2552


 


Views: 3706

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 46535410

Who's Online

ขณะนี้มี 18 บุคคลทั่วไป ออนไลน์