หน้าแรก arrow arrow น้ำยาเช็ดกระจก
หน้าแรกลิงค์น่าสนใจติดต่อเรา
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
หน้าแรก
ลิงค์น่าสนใจ
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมชม
ศัทพ์เคมี
A
B
C
D
E
F
G
H
I
J
K
L
M
N
O
P
Q
R
S
T
U
V
W
X
Y
Z

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!

สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 2454163 คน
ขณะนี้มี 16 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
น้ำยาเช็ดกระจก PDF พิมพ์

           น้ำยาทำความสะอาดสารพัดประโยชน์  และน้ำยาเช็ดกระจกหลายยี่ห้อมีแอมโมเนียเป็นส่วนผสม  แอมโมเนียมีฤทธิ์เป็นด่างและสามารถกัดกร่อน  มีสูตรเคมีคือ NH3 ซึ่งปกติจะอยู่ในสถานะก๊าซไม่มีสีที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว   แต่เมื่อละลายน้ำ  จะอยู่ในรูปสารละลายของ  แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ (NH4OH) อย่างไรก็ตามแอมโมเนียสามารถระเหยออกมาเป็นก๊าซ    และอาจเป็นอันตรายต่อทางเดิน หายใจและดวงตาได้ โดยทั่วไปความเข้มข้นของแอมโมเนียในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือนอยู่ระหว่าง 5 – 10 % น้ำหนักต่อปริมาตร

ผลของแอมโมเนียต่อสุขภาพมีอะไรบ้าง

ผลจากการสูดดม :

            หากได้รับในปริมาณไม่มากอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง  แสบจมูกและลำคอ ไอหรือจาม  แต่ถ้าได้รับในปริมาณที่สูงขึ้นอาจถึงขั้นหายใจผิดปกติ   น้ำคั่งในปอดและอาจนำไปสู่การอุดตันของทางเดินหายใจได้  เด็กที่สัมผัส ก๊าซแอมโมเนียในปริมาณเท่ากับผู้ใหญ่  อาจจะได้รับผลกระทบจากแอมโมเนียมากกว่าผู้ใหญ่  และอาจทำให้มีอาการที่รุนแรงกว่า   เนื่องจากเด็กมีพื้นที่ผิวของปอดที่จะสัมผัสกับแอมโมเนียมากกว่าผู้ใหญ่

ผลเมื่อเข้าตา :

            แอมโมเนีย สามารถซึมซาบเข้าสู่ดวงตา  และเป็นอันตรายได้มากกว่าด่างชนิดอื่น ๆ  ดังนั้น
เมื่อผลิตภัณฑ์ที่มีแอมโมเนียเข้าตาโดยตรง  หรืออาจเป็นไอของแอมโมเนีย   แม้ในปริมาณต่ำ (100 ส่วนในล้านส่วน) จะทำให้เกิดการระคายเคืองเปลือกตาปิด และเป็นอันตรายต่อกระจกตาได้ หากได้รับแอมโมเนียในปริมาณมาก ๆ อาจถึงขั้นตาบอดชั่วคราวหรือถาวรได้

ผลจากการสัมผัสทางผิวหนัง :

            ทำให้เกิดการระคายเคืองและผิวหนังอักเสบและไหม้ ซึ่งความรุนแรงขึ้นอยู่กับความแรงของแอมโมเนีย ระยะเวลาที่สัมผัส

ผลเมื่อรับประทานเข้าไป :

            ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และในบางรายมีอาการไหม้ของปาก คอหอย หลอดอาหารและกระเพาะอาหาร
 

การปฐมพยาบาลเมื่อได้รับแอมโมเนีย

            การได้รับแอมโมเนียจากผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน    มักเกิดจากการสัมผัสทางผิวหนัง   น้ำยา
กระเด็นเข้าตา หรือการรับประทานเข้าไป

            หากสัมผัสแอมโมเนียทางผิวหนังให้ล้างออกด้วยน้ำปริมาณมาก

            หากเข้าตาให้ชะล้างดวงตาด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก ๆ ถอดคอนแทคเลนส์ออกแล้วนำตัวไปส่งแพทย์

            หากรับประทานเข้าไปให้ดื่มน้ำหรือนม 1 - 2  แก้วทันที  อย่าพยายามทำให้อาเจียน อย่าให้
ดื่มสารละลายของกรดเข้าไป     เพื่อทำให้แอมโมเนียเป็นกลาง     รวมทั้งอย่าให้รับประทานผงถ่าน (activated carbon) แล้วจึงนำตัวผู้ป่วยส่งแพทย์

 

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

          - ห้ามผสมผลิตภัณฑ์ที่มีแอมโมเนีย  เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำยาฟอกขาวโดยเด็ดขาด เนื่องจากจะเกิดปฏิกิริยาได้ก๊าซคลอรามีน(chloramine) ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากต่อระบบทางเดินหายใจ รวมถึงไฮดราซีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

           - หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอมโมเนีย   หากคุณหรือคนในครอบครัวเป็นโรคหอบหืด เนื่องจากมีโอกาสได้รับผลกระทบจากแอมโมเนียมากกว่าคนปกติ

          - ระบายอากาศในห้อง  หรือบริเวณที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอมโมเนียด้วยการเปิดหน้าต่าง หรือใช้พัดลมเป่า

          - ภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ์เปล่าที่ใช้หมดแล้ว สามารถทิ้งลงในถังขยะได้ แต่หากจำเป็นต้องทิ้งผลิตภัณฑ์ที่ยังใช้ไม่หมดด้วยให้เจือจางด้วยน้ำปริมาณมากก่อนทิ้งภาชนะ


 

การเก็บรักษา

            ควรปิดฝาให้สนิท และเก็บในที่มิดชิด ห่างจากเด็กและอาหาร