หน้าแรก arrow arrow ไทรโคลซาน (Triclosan)
หน้าแรกลิงค์น่าสนใจติดต่อเรา
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
หน้าแรก
ลิงค์น่าสนใจ
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมชม
ศัทพ์เคมี
A
B
C
D
E
F
G
H
I
J
K
L
M
N
O
P
Q
R
S
T
U
V
W
X
Y
Z

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!

สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 2409668 คน
ขณะนี้มี 43 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ไทรโคลซาน (Triclosan) PDF พิมพ์

           ไทรโคลซานเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียและยาฆ่าเชื้อราที่แรง สามารถออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ครอบคลุมเชื้อกลุ่มกว้าง ไทรโคลซานเป็นสารกลุ่มโพลีคลอโรฟีนอริกฟีนอล (polychloro phenoxy phenol) ลักษณะเป็นผงสีขาว มีกลิ่นอะโรมาติก/ฟีนอริกอ่อนๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่หมู่ฟีนอลเป็นหมุ่ที่แสดงคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ไทรโคลซานละลายน้าได้น้อยมาก สามรถละลายได้ในเอทานอล ไดเอทิลอีเธอร์ และสารละลายด่างแก่ เช่น 1 โมลาร์ โซเดียมไฮดรอกไซด์ ไทรโคลซานเตรียมได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชันบางส่วนของเบนซีน หรือ กรดเบนโซอิก โดยกระบวนการคูมีน (cumene process) หรือ กระบวนการราสชิจ (Raschig process) และยังพบว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากการออกซิเดชันของถ่านหินด้วย

 

ชื่อทางเคมี (Chemical Name): (5-chloro-2-(2,4-dichlorophenoxy)phenol)

ชื่อพ้อง (Synonyms): 2,4,4'-trichloro-2'-hydroxydiphenyl ether, 5-chloro-(2,4-dichlorophenoxy)phenol, trichloro-2'-hydroxydiphenyl ether, CH-3565, Lexol 300, Irgasan DP 300 หมายเลข CAS (CAS Number): 3380-34-5
 
น้ำหนักโมเลกุล (molecular mass): 289.541

 
สูตรเคมี (Chemical Formula): C12H7Cl3O2

 
สูตรโครงสร้างทางเคมี (Chemical Structure):  

 
 

 

กลไกการรักษา

ที่ระดับความเข้มข้นที่ใช้ ไทรโคลซานออกฤทธิ์โดยการฆ่าชีวิตที่เป้าหมายของไซโตพลาสซึม หลายชนิด และ เมมเบรน หลายชนิด ที่ระดับความเข้มข้นที่ต่ำ ไทรโคลซานทำให้เชื้อแบคทีเรียอยู่ในจำนวนคงที่ ซึ่งเป็นการออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการสังเคราะห์กรดไขมันของเชื้อแบคทีเรียเป้าหมาย     เชื้อแบคทีเรียบางชนิดสามารถต้านฤทธิ์ของไทรโคลซานได้ตั้งแต่เกิด เช่น Pseudomonas aeruginosa โดยมีกระบวนการปั๊มเอาไทรโคลซานออกจากเซล เชื้อแบคทีเรียอื่น เช่น Bacillus genus บางชนิด มีกระบวนอื่นที่ทำให้ไม่จับกับไทรโคลซาน จึงมีความไวต่อไทรโคลซานน้อย

 

ประโยชน์

ไทรโคลซาน(Triclosan) เป็นสารที่มีคุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรีย (Antibacteria) จึงนิยมใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อความสะอาดหลายชนิด เช่น สบู่ ครีมอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ยาสีฟันน้ำยาบ้วนปาก ตลอดจนน้ำยาล้างจานด้วย โดยพบว่ามีการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เป็นสารกันเสีย และนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง
ไทรโคลซาน (ความเข้มข้น 0.10-1.00%) มีการใช้ใน สบู่ฆ่าเชื้อ ยาสีฟัน ยาระงับกลิ่นตัว ครีมโกนหนวด น้ำยาบ้วนปาก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและมีการใช้มากขึ้นในผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค เช่น เครื่องครัว ของเล่น เครื่องนอน ถุงเท้า และ ถุงขยะ
ไทรโคลซานมีประสิทธิภาพในการลด หรือควบคุมการปนเปื้อนของแบคทีเรียบนมือ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้  เมื่อเร็วๆนี้ มีการแนะนำให้ใช้ 2% ไทรโคลซานในการอาบน้ำหรือแช่น้ำ ในการลดจำนวนโคโลนีของผู้ป่วยที่ผิวหนังมีเชื้อ Staphylococcus aureus ที่ดื้อต่อเมทิซิลิน
 
    ไทรโคลซานถูกควบคุมโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา(U.S. Food and Drug Administration) the Environmental Protection Agency ของสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ระหว่างกระบวนการกำจัดน้ำทิ้ง บางส่วนของไทรโคลซานได้สลายตัวไป ในขณะที่ส่วนที่เหลือจะถูกดูดซับบนตะกอนน้ำทิ้ง หรือบริเวณทางออกของของโรงงานที่มีน้ำทิ้ง ในสิ่งแวดล้อมไทรโคลซานอาจสลายตัวโดยเชื้อจุลชีพ หรือทำปฏิกิริยากับแสงแดด เกิดเป็นสารอื่น ได้แก่ คลอโรฟีนอล (chlorophenols) หรือ ไดออกซิน dioxin)  หรืออาจดูดซับบนอนุภาคที่อยู่บนท่อน้ำ และเกิดเป็น  ตะกอน พบไทรโคลซานในตะกอน Greifensee sediment ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ซึ่งแสดงว่า ไทรโคลซานสลายตัวหรือถูกกำจัดออกจากตะกอนได้ช้า

 

ความเป็นพิษ

สารไทรโคลซานในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สามารถทำปฏิกิริยากับคลอรีนในน้ำประปา เกิดเป็นคลอโรฟอร์ม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้นั้น มีการเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยของ Peter Vikesland จาก Virginia Polytechnic Institute and State University ใน Environmental Science & Technology Online News ระบุว่าสารไทรโคลซาน ซึ่งเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ล้างจาน (dishwashing soaps) สามารถทำปฏิกิริยากับคลอรีนใน น้ำประปา (chlorinated water) เกิดเป็นคลอโรฟอร์ม ซึ่งอาจถูกดูดซึมผ่านผิวหนัง หรือเมื่อสูดดม เข้าสู่ร่างกาย อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ แต่เนื่องจากการศึกษาวิจัยดังกล่าวเป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการ ปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดเป็นคลอโรฟอร์มนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ความเข้มข้นของไทรโคลซานในผลิตภัณฑ์ ความเข้มข้นของคลอรีนในน้ำ ความเป็นกรด-ด่าง รวมทั้งอุณหภูมิของน้ำด้วย ขณะนี้จึงไม่อาจสรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเช่น ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของไตรโคลซาน จะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่อย่างไร ดังนั้น ผู้บริโภคยังไม่ควรตื่นตระหนกเกี่ยวกับอันตรายของไทรโคลซานในเครื่องสำอางตามที่เป็นข่าว
 

ประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น รวมทั้งสหภาพยุโรป ยังคงอนุญาตให้ใช้สาร ไทรโคลซาน เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ ส่วนในประเทศไทยอยู่ระหว่างปรับกฎระเบียบให้สอดคล้องกับบทบัญญัติเครื่องสำอางอาเซียน โดยจะใช้ข้อกำหนดในทำนองเดียวกับสหภาพยุโรป ซึ่งอนุญาตให้ใช้สารนี้เป็นสารกันเสียได้ในอัตราส่วนสูงสุดไม่เกิน 0.3 %


 
สหภาพยุโรปได้มีการติดตามความปลอดภัยของการใช้สารไทรโคลซานอย่างใกล้ชิด โดย The Scientific Committee of Consumer Products [SCCP] ในการประชุมเมื่อ 10 ตุลาคม 2549 ได้พิจารณาข้อมูลความปลอดภัยของการใช้สารไทรโคลซานในเครื่องสำอาง โดยเฉพาะประเด็นของการดื้อยา ขณะนี้ที่ประชุมมีความเห็นสรุปได้ว่า สารนี้ยังคงมีความปลอดภัยเมื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง

 

ข้อควรระวัง

           ความปลอดภัยของการใช้สารไตรโคลซาน พบว่าปัจจุบันสารนี้ยังคงมีความปลอดภัย ในหลายประเทศอนุญาตให้ใช้สารนี้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้

การเก็บรักษา

           ตามวิธีที่ระบุไว้บนฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์