หน้าแรก arrow arrow เล่นแร่แปรธาตุไสยศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์
หน้าแรกลิงค์น่าสนใจติดต่อเรา
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
หน้าแรก
ลิงค์น่าสนใจ
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมชม
ศัทพ์เคมี
A
B
C
D
E
F
G
H
I
J
K
L
M
N
O
P
Q
R
S
T
U
V
W
X
Y
Z

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!

สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 2409498 คน
ขณะนี้มี 11 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เล่นแร่แปรธาตุไสยศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ PDF พิมพ์
ดัชนี บทความ
เล่นแร่แปรธาตุไสยศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์
หน้า 2

เล่นแร่แปรธาตุไสยศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์
     จะดีแค่ไหนหากมนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ให้กลายเป็นทองคำได้ตามใจปราถนา ความคิดในการเปลี่ยนสิ่งต่างๆให้กลายเป็นทองนี้มีมาช้านานแล้วในเกือบทุกภูมิภาคของโลก ผู้ที่สนใจศาสตร์แขนงนี้ถูกเรียกว่า นักรสายนเวท หรือ รสายนศาสตร์(Alchemy)

ผู้เขียน: บัวอื่น

(รูปจาก http://th.wikipedia.org)

ยุโรป
      การเล่นแร่แปรธาตุในยุโรปถูกพัฒนาจากแนวความคิดที่ว่าสสารทุกอย่างบนโลกนี้มีต้นกำเนิดมาจากแหล่งเดียวกัน แนวความคิดนี้มีอยู่ในอียิปต์โบราณ จนกระทั่งกรีกรุ่งเรืองขึ้นมีการติดต่อซื้อขายกันระหว่างสองอาณาจักรทำให้แนวความคิดเหล่านี้แผ่เข้าสู่กรีก อริสโตเติ้ลปราชญ์ผู้เปรื่องปัญญาของกรีก จึงเกิดความสนใจและนำแนวคิดนั้นมาพัฒนา อริสโตเติ้ลเชื่อสสารประกอบไปด้วยธาตุ 4 ชนิด คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ถึงแม้การเล่นแร่แปรธาตุในสมัยอริสโตเติ้ลจะไม่ประสบความสำเร็จแต่แนวคิดของเขายังได้รับการถ่ายทอดไปสู่ปราชญ์รุ่นใหม่ในมหานครแห่งกรีกต่อไป

     การพยายามเปลี่ยนสสารจากสิ่งหนึ่งมาสู่อีกสิ่งหนึ่งในยุโรปเป็นที่แพร่หลายกันมากพร้อมกับความเชื่อที่ว่าการแปรสสารเป็นทองคำนั้นต้องอาศัยศิลาอาถรรพ์ ซึ่งมีคุณวิเศษในการทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนสภาพเป็นทองคำ ทำให้นักเล่นแร่แปรธาตุในยุคนั้นต่างพากันค้นหาศิลาศักดิ์สิทธ์ดังกล่าวจนกระทั่งถึงช่วงที่อาณาจักรโรมันรุ่งเรืองขึ้นและสามารถยึดอียิปต์ได้ก็มีคำสั่งห้ามในมีการแปรธาตุอื่นเป็นทองคำทำให้การเล่นแร่แปรธาตุของยุโรปอยู่ในสภาวะซบเซาลงตามลำดับ 


จีน
     แหล่งอารยธรรมที่สำคัญของเอเชียก็มีความเชื่อเกี่ยวกับการเปลี่ยนสสารต่างๆให้กลายเป็นทองคำเหมือนกัน แต่เรื่องการเล่นแร่แปรธาตุในจีนมักจะเน้นหนักไปในทางการพยายามศึกษาค้นหาคำตอบของเรื่องการทำยาอายุวัฒนะ กินแล้วเป็นอมตะไม่แก่ไม่เฒ่า หรือหรือยาที่มีคุณวิเศษกินแล้วจากวัยชราจะกลายเป็นหนุ่มเป็นสาวอีกครั้ง  หลักฐานที่เป็นรูปเป็นร่างของชาวจีนคือคัมภีร์อี้จิงซึ่งเป็นคัมภีร์เก่าแก่ที่เนื้อหาภายในประกอบไปด้วยสูตรยาอายุวัฒนะ

อินเดีย
    เป็นแหล่งอารยธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียความเชื่อเกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุของภุมิภาคนี้ถูกสะท้อนอยู่ในคัมภีร์พระเวท อรรถศาสตร์ ที่มีการกล่าวถึงปรอทไว้ด้วย ความเชื่อในเรื่องการรวมกันของสสาร ของชาวอินเดียวนั้น จะคล้ายกับทัศนคติความเชื่อของชาวยุโปรแต่จะมีอากาศเพิ่มเข้ามาด้วย  ชาวอินเดียเชื่อว่าสสารทุกอย่างประกอบได้ด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ และ อากาศ

(รูปจาก kanchanapisek.or.th)

    ในพระไตรปิฎกของทางพุทธศาสนาเองก็ปรากฏข้อความของการเปลี่ยนสิ่งต่างๆให้กลายเป็นทองคำตามที่ปรากฏอยู่ใน พระไตรปิฎกเล่ม 02 โดยมีการกล่าวถึงการเปลี่ยนวัตถุอย่างอื่นให้เป็นทองไว้ของผู้ทรงอภิญญา

    ในพระไตรปิฎกปรากฏเรื่องราวของพระอรหันต์รูปหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกย่องให้เป็นสาวกผู้มีความเป็นเลิศในการเป็นที่รักใคร่ของเหล่าเทวดา ภิกษุรูปนั้นมีนามว่า ปิลินทวัจฉะ  พระปิลินทวัจฉะเข้าไปบิณฑบาตในหมู่บ้านที่กำลังมีมโหรสพ เด็กหญิงคนหนึ่งกำลังร้องไห้อยากได้ของสวยงามจำพวกดอกไม้มาประดับประดาดังเช่นบุตรสาวคนอื่นๆของเพื่อนบ้าน ฝ่ายแม่ก็ได้แต่ปลอบโยนบอกให้บุตรสาวรู้ถึงความยากจน

    พระปิลินทวัจฉะได้ยินเข้าจึงหยิบหมวกฟางใบหนึ่งขึ้นมาส่งให้หญิงผู้นั้นพร้อมบอกให้เอาสวมลงบนศรีษะของบุตรสาว เมื่อหญิงคนนั้นทำตามพลันหญ้าแห้งก็กลายเป็นระเบียบดอกไม้ทองคำ ซึ่งมีความงดงามมากแม้แต่ในพระราชวังสมัยนั้นก็ไม่มีของประดับที่มีความงามเทียบเท่าได้

     วันต่อมาปิลินทวัจฉะ เข้าไปบิณฑบาตอีกแต่ไม่เห็นสองแม่ลูกเมื่อถามชาวบ้านจนได้ความว่าถูกจับไปจองจำเพราะระเบียบดอกไม้นั้น  พระปิลินทวัจฉะจึงเข้าไปในพระราชวังและสอบถามพระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นกษัตริย์ว่าแม่ลูกทั้งสองถูกจองจำเพราะเหตุใด พระเจ้าพิพิสารตรัสตอบกลับมาว่า

ข้าแต่พระคุณเจ้า เพราะที่เรือนของเขามีระเบียบดอกไม้ทองคำอย่างงดงาม น่าดู น่าชม, แม้ที่ในวังก็ยังไม่มี, เขาเป็นคนจนจะได้มาแต่ไหน, เป็นต้องได้มา ด้วยโจรกรรมเป็นแน่นอน.

พระปิลินทวัจฉะจึงอธิษฐานปราสาทของพระเจ้าพิมพิสารให้กลายเป็นทองทั้งหมดแล้วถามจอมกษัตริย์ว่า
ขอถวายพระพร ก็นี่ทองมากมายเท่านั้น มหาบพิตรได้มาแต่ไหน?.”
พระเจ้าพิมพิสารเห็นดังนั้นจึงโปรดให้ปล่อยสองแม่ลูกจากพระราชอาญา

     หรือแม้แต่เกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคกึ่งพุทธกาล(พ.ศ.2500)อย่างหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ ก็มีคนเชื่อว่าท่านคือสงฆ์ผู้สำเร็จอภิญญาชั้นสูงสามารถแปลงตะกั่วเป็นทองคำได้ แต่ความเชื่อนี้ก็ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดเป็นแต่เพียงเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมาในบรรดาลูกศิษย์ลูกหาเท่านั้น

     เหล่านี้คือทัศนะคติความเชื่อของนักรสายนเวทในอดีตในแถบถิ่นต่างๆ แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่งเช่น เปลี่ยนจากคนชราไปสู่หนุ่มสาว เปลี่ยนจากวัตถุไม่มีค่าให้เป็นทองคำแต่ดูเหมือนการศึกษาของนักรสายนเวท ไม่มีผลงานที่จับต้องได้สักเท่าไหร่