หน้าแรก arrow arrow เลือด
หน้าแรกลิงค์น่าสนใจติดต่อเรา
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
หน้าแรก
ลิงค์น่าสนใจ
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมชม
ศัทพ์เคมี
A
B
C
D
E
F
G
H
I
J
K
L
M
N
O
P
Q
R
S
T
U
V
W
X
Y
Z

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!

สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 2409599 คน
ขณะนี้มี 27 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เลือด PDF พิมพ์
ดัชนี บทความ
เลือด
หน้า 2
หน้า 3

3170_heart

"

3170_heart

"โลหิตหรือเลือด" ของเหลวสีแดงข้นที่ไหลเวียนอยู่ทั่วสรรพางค์กายของเรานั้น มีความสำคัญต่อความ อยู่รอดของชีวิตไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอวัยวะสำคัญอื่นๆ โลหิตเปรียบได้กับสายธารแห่งชีวิต วันใดที่สายธารเหือดแห้ง ชีวิตก็ถึงกาลอ่อนแอและดับสูญ

          อาจกล่าวได้ว่า เรื่องราวของโลหิตนั้นเป็นเรื่องหนึ่งที่มนุษย์ให้ความสนใจมาแต่ครั้งอดีตกาล นับแต่มนุษย์เริ่มสังเกตเห็นว่า การที่โลหิต ไหลออกจากร่างกายมากเกินไป เป็นเหตุแห่งความอ่อนแอ และอาจนำมาซึ่งความตาย โลหิตจึงถูกเชื่อมโยงเข้ากับชีวิต ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ข้อห้ามรับ ประทานโลหิตทุกชนิดของชาวยิว เนื่องจากเชื่อว่าโลหิตคือวิญญาณ การกินโลหิตของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น จะทำให้วิญญาณของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นเข้ามาอยู่ในร่างกายของเรา   แต่นายพรานนักล่า ชาวนอร์เวย์กลับมีประเพณีการดื่มเลือดหมี เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง   ชนเผ่านักล่าหัวมนุษย์ในเซลีเบสตอนกลาง(หมู่เกาะอินดีสตะวัน-ออก) ก็ดื่มโลหิตมนุษย์ด้วยกันเอง เนื่องจากมีความเชื่อว่า โลหิตมนุษย์จะทำให้มีความกล้าหาญ   นอกจากนี้ การดื่มไวน์แดงและรับประทานขนมปังซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนเลือดและเนื้อของพระคริสต์ ก็เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งในการประกาศตัวเป็นคริ สตศาสนิกชน

          ส่วนเรื่องราวของโลหิตในแง่มุมที่เป็นวิทยาศาสตร์และวิทยาการทางการแพทย์นั้น เริ่มต้นการศึกษากันมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 วิทยาการด้านโลหิตได้ก้าวหน้ามาตลอดระยะเวลากว่า 300 ปี และได้มีส่วนช่วยรักษาชีวิตผู้คนนับล้านทั่วโลกให้รอดพ้นจากความเจ็บป่วย หรือแม้แต่ความตาย วิทยาการเหล่านี้ได้ไขความลับอะไรเกี่ยวกับ โลหิตออกมาให้เราได้เรียนรู้กันบ้าง นี่คือส่วนหนึ่งที่เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความจริงของสายธารสีแดงแห่งชีวิตของเรา

คำจำกัดความ
          เราอาจเห็นว่าโลหิตเป็นของเหลวที่มีสีแดงข้น แต่ในความเป็นจริง โลหิตมีคุณสมบัติเป็นเนื้อเยื่อด้วย ทั้งนี้เนื่องจากโลหิตประกอบด้วย เซลล์ที่มีลักษณะเหมือนกันที่ทำหน้าที่เฉพาะอย่าง โดยเซลล์เหล่านี้ล่องลอยอยู่ในของเหลวที่เรียกว่า พลาสมา (plasma) หรือน้ำเหลือง    หน้าที่หลักของโลหิตคือการขนถ่ายออกซิเจน ซึ่งจำเป็นต่อการเผาผลาญไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย และรับคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นของเสียจากกระบวนการเผาผลาญในเซลล์กลับมา นอกจากนี้ โลหิตยังเป็นตัวรับสารอาหารที่ย่อยแล้วจากบริเวณลำ ไส้หรือจากเนื้อเยื่อต่างๆ ที่ร่างกายสะสมไว้ และนำสารอาหารเหล่านี้ไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย หน้าที่อีกอย่างของโลหิตคือ ขนถ่ายของเสียที่ละลายน้ำได้ไปจัดเก็บที่อวัยวะจำเพาะ เพื่อรอเวลาขับถ่ายออก จากร่างกาย